Simple is the Best

July 31st, 2006

พอเพียง

Posted by julluj in blog

ใช้ก็ไม่ได้ใช้ด้วย
แต่เสียดันต้องเอาซ่อมให้เขา
จั่วหัวมาแบบนี้ ก็เพราะว่า notebook ของ บริษัท
จู่ๆ มันก็เสีย เปิดไม่ติด ไฟไม่เข้า ทำอะไรไม่ได้เลย

แล้วเราก็ต้องเอาไปซ่อมให้นี่ดิ
ไปพันทิป มองอีกมุมก็ดี
เพราะจะได้ไปดูไปเช็กราคาของ

ตั้งงบตอนแรกไว้ 30,000
สำหรับ notebook

ก็ดูๆ
สองหมื่นกว่า ก็กำลังดี ถ้าไม่เอาอะไรไม่มาก
เรียกได้ว่า พอใช้

สามต้นๆ นี่ก็ดีขึ้นมาหน่อย
แรงขึ้นอีกนิด

สามปลายๆ สี่ต้นๆ
ก็โอเลยนะ
ไม่ใหญ่มาก ไม่หนักมาก
และรองรับอะไรหลายอย่าง
ตามความต้องการ

พอสี่ต้นขักจะบานปลาย ไปห้ากลางๆ
ห้าๆ กลาง
การ์ดจอแยก ทั้งงานกราฟิก ทั้งเกม นี่แจ่มชัดรับรองแน่นอน
ระบบเสียง ระบบปฏิบัติการ ความเร็ว ความว่อง ไม่เป็นรองใครแน่

คิดๆๆๆๆๆ
ตัดสินใจๆๆๆๆๆๆๆๆ

นั่งรถกลับบ้านก้นั่งคิด
จะเอาเครื่องไหน
รุ่นไหนดี

คิด คิด คิด
คิดจนปวดหัว แล้วก็เข้าใจ

ว่าความพอดี ความพอใจของเรามันไม่สิ้นสุด
เพราะล่าสุด อยากได้โทรศัพท์ใหม่อีกแล้ว

แล้วจะไปเอาอะไรกับ notebook
พอได้เครื่องนี้ ก็อยากจะได้เครื่องนั้นต่อ

แต่ถ้าเราพอ เราหยุด
เราก็ไม่ปวดหัว

แล้วความคิดที่อยากได้ notebook ก็จางหายไป
จางไป~~~~~~

เคยอ่านจากไหนจำไม่ได้
พอนะพอได้

แต่เราก็ต้องมีความกระหาย หรืออยากอยู่นิดๆ
เพราะถ้าเราพอ เราก็หยุด
เราก็มีเท่านี้
เราควรมีความอยากอยู่นิดๆ
เพื่อเป็นแรงขับ ผลักดันให้เราไปถึงที่ต้องการ

ถ้าพอแล้วก็หยุด
มันก็หมดสนุก
กับชีวิต!!

July 27th, 2006

Arena magazine

Posted by julluj in blog

Arena

ไม่รู้ว่าเรื่องบังเอิญ
หรือคือสิ่งที่ถูกกำหนดมาแล้ว

1.หัวหนังสือตัวสีแดง Arena
พาดอยู่บนหัวของลูกเกด
หนังสืออะไรนี่…
เราสงสัย

2.จุดประกายเซ็กชั่นหนึ่งของ นสพ.กรุงเทพธุรกิจ
วันนี้มีสัมภาษณ์ พี่เอก - ภาสกร ประมูลวงศ์

เขาก็ถามถึง ชีวิตความเป็นอยู่ ความเป็นมา และความเป็นไป
เราก็สนใจ พอถามถึงนิตยสารที่อ่านเป็นประจำ เขาก็บอกว่า
อันดับ 1 เลยคือ Arena magazine
เขาบอกว่า เป็นนิตยสาร ที่เขียนเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย
และชอบสำนวนของนักเขียนคนหนึ่ง
(จำชื่อไม่ได้ อ่านเมื่อวาน
วันนี้ว่าจะมาจดชื่อ - แต่ นสพ.เฉพาะหน้านั้นหายสาบสูญไปแล้ว)

เราก็เลยอยากลองหา Arena มาอ่าน

3.เปิด สารกระตุ้นเล่มใหม่
มีประกบคู่ บก.
ระหว่าง คุณทิวา สารจูทะ
กับดร.ปกรณ์ FHM

แล้วเขาก็ขยายความของหนังสือแต่ละเล่มที่แต่ละคนรับผิดชอบดูและ
ทางฝั่ง FHM นี่การันตีว่า
เอาหนังสือหัวนอกมาทำในประเทศไทยนี่ สี่หัวแล้ว
ซึ่งทั้ง สี่หัวนี้ผ่านการการันตีมาแล้วทั่วโลกว่าขายดีที่สุด และเป็นที่นิยม
และ…
และหนึ่งในนั้น ก็มี Arena

4.กำแพงภาษาที่ว่าสูง
มันก็ไม่อยากเกินความสามารถ
ถ้าเราสนใจในเรื่องนั้นๆ
Arena นี่มัน magazine เมืองนอก
แน่นอน..เนื้อหามันต้องเป็นภาษาประเทศนอก- แน่นอน!!

5.เหมือนมีคนขีดเขียนเส้นไว้
สอดส่องมองหา Arena
เหมือนจะคู่กันแล้วก็ไม่แคล้ว
เพราะไม่ต้องปีนกำแพงของภาษา
และเมื่อวาน ก็เป็นวันวางแผงวันแรกของ Arena

100 บาทไทย
หนาและหนัก
มีครบทุกรส
ถ้าตัดพวกโฆษณา
หรือเรื่องเกี่ยวกับ ความสวยความงาม ออกบ้าง
หนังสือคงเบาลงเยอะ…

6.แล้วเราก็ได้อ่าน Arena

July 26th, 2006

เรื่องของลูกชายขี้โมโหกับคุณพ่อ

Posted by julluj in blog

เปิดหนังสือเก่าๆ อ่านก่อนนอน
เจอนิทานเรื่องนึง ที่เขาหยิบมาจาก ฟอร์เวิดเมล์
เรื่องเกี่ยวกับความรู้สึก
อ่านตอนนั้น เมื่อก่อนก็เฉยๆ
แต่อ่านอีกครั้งตอนนี้ไหงมันโดนจัง

เอ…
หรือว่าเรา……………………………………………………………………………..

 

 

เรื่องของลูกชายขี้โมโหกับคุณพ่อ
ลูกชายขี้โมโห หงุดหงิด อาละวาด โวยวาย
พ่อเห็นว่า ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปไม่ดีแน่ เลยบิกกับลูกว่า…

"เอาอย่างงี้สิลูก เมื่อไหร่ที่โมโห…ก็เอาตะปูเนี่ย ตอกเข้าไป โมโหเมื่อไหร่ก็เอาตะปูไปตอกกำแพง"
ลูกก็ทำตามที่พ่อบอกทุกอย่าง

ผ่านไปได้ระยะหนึ่ง เด็กผู้ชายขี้โมโหก็เริ่มรู้สึกว่า
เอ๊…ตอนนี้เราน่าจะดีขึ้นแล้วนะ…
ก็เลยไปคุยกับพ่ออีกครั้ง

"อืมม…ดีขึ้นแล้วหรือลูก…
เอาใหม่ คราวนี้โมโหเมื่อไหร่ ก็ไปถอนตะปูออกมาก็แล้วกัน…ทีละตัวๆ "

เด็กชาย ก็ทำตาม โมโหปั๊บก็ไปถอนตะปู
นานวันเข้า ตะปูที่ตอกไว้ก็เริ่มถูกถอนจนหมด…
ได้เวลาในการไปคุยกับพ่ออีกครั้ง…

คราวนี้ชายแก่ก็เลยพาลูกไปดูกำแพงแล้วบอกว่า
"เห็นรอยที่กำแพงมั้ยลูก…โมโหไปกี่ครั้ง ถอนออกซะกี่ครั้งมันก็ยังเป็นรอย…
เหมือนตอนที่ลูกไปโมโหใส่ใคร อารมณ์เสียใส่ใครถึงแม้จะขอโทษแล้ว
แต่ก็ไม่สามารถไปลบรอยที่อยู่ในใจของคน
ที่ลูกไปแสดงอาการใส่เค้าได้หรอก"

Next Page »