ชุมพล "คน ทำ มะ ดา"
ตอนที่ 13
คอลัมน์ ชีวิตหนึ่งซึ่งเรียบง่าย
โดย บินหลา สันกาลาคีรี
นินจาในวงล้อม
ในแวดวงเพื่อนฝูง คุณชุมพลเป็นที่ต้องการตัวเสมอ
เพราะเป็นคนพูดน้อย เพื่อนชอบที่ไม่ค่อยขัดคอ
ใช่ไหม ?
คำตอบคือไม่ใช่
ดร.จิรายุกล่าวถึงคุณชุมพลว่า "มีไหวพริบ
มีวิจารณญาณในการตอบโต้และแก้ปัญหา"
ความเห็นนี้คุณศิรินทร์ นิมมานเหมินท์ เห็นด้วยเต็มที่
พร้อมกับยกตัวอย่างว่า แรกที่คุณธารินทร์ พี่ชายเข้าเป็นบิ๊กแบงก์ไทยพาณิชย์นั้น
คุณธารินทร์มักบ่นระบายด้วยความหนักอกว่า ทำไมปัญหาถึงได้ยุ่งเหยิงขนาดนี้ มีทั้งปล่อยเงินกู้ไม่มีคุณภาพ
ปัญหาหนี้เสีย แก้ปมนี้ไปเจอปมนั้น แก้ปมนั้นไปพันปมโน้น
เสียงถอนใจของคุณธารินทร์เฮือกใหญ่พอที่เพื่อนๆ
จะหันมอง
แล้วเสียงหนึ่งก็ดึงขึ้นเรียบๆ
"ก็เพราะปัญหานี่แหละ
ลื้อถึงได้มาเป็นผู้จัดการใหญ่ไง"
คุณชุมพลพูดด้วยรอยยิ้ม
เวลาที่นัดหมายสมาคมกันในหมู่เพื่อน เป็นไปได้มากที่สุดคือเวลาอาหารค่ำ
คุณชุมพลเป็นคนตรงต่อเวลา มักไปถึงก่อนคนอื่นเสมอ เหตุผลอีกประการที่สำคัญคือ ต้องไปจองที่นั่ง
คุณชุมพลพอจะดื่มบ้าง แต่ไม่สูบบุหรี่ พื้นที่จับจองคือเขตห่างไกลกลุ่มโรงสีพ่นควัน
ไม่นานคนอื่นๆ ก็จะทยอยมา เสียงสนทนาดังขึ้น คุณชุมพลจะเป็นคนที่ฟังมากกว่าพูด
ใครพูดมากก็ไม่ขัดคอ แต่เมื่อใครถามความเห็น คำตอบที่ได้รับมักจะเฉียบเสมอ หลังมื้ออาหารก็เป็นกาแฟ
เข้ากันได้ดีเหลือหลายกับซิการ์ของเพื่อนฝูง จากนั้นการถกปัญหาก็ออกรสยิ่งขึ้น
ขยายวงปัญหาจากที่นัดหมายกันมาสู่วงปัญหาของประเทศชาติ คุณชุมพลซึ่งเมื่อเริ่มมื้อยังสดชื่นดี
บัดนี้มีปฏิกิริยาหน่อยๆ ขยับเก้าอี้ห่างซิการ์อีกนิด พลิกข้อมือดูนาฬิกาบ่อยขึ้น
เมื่อคะเนว่าเพื่อนๆ มีทีท่าจะลากยาวแน่แล้ว เขาก็ลุกประกาศอย่างเด็ดเดี่ยว ขอกลับบ้านไปนอน
แน่นอนว่าทุกคนต้องร้องค้าน ประมาณว่ายังไม่จบเรื่องที่ต้องถกและขอความเห็นคุณชุมพล
ไม่ใช่คนขัดใจเพื่อน เขานั่งลงอย่างว่าง่าย
แต่ก็
เงียบขรึมเช่นเดิม
สักพักหนึ่ง ใครบางคนในกลุ่มอาจเป็นคนแรกที่รู้สึกตัว
เพื่อนช่วยๆ กันแหวกม่านควันซิการ์ออกเพื่อจะพบว่า คุณชุมพลหายตัวไปกับควันตั้งนานแล้ว
นี่แหละคนไม่ขัดใจเพื่อน
เครดิตของอัศวิน
การเข้าร่วมทุนกับมิชลิน ทำให้คุณชุมพลมีหนึ่งมื้ออาหารที่น่าจดจำ
หลังจากที่เจรจา จนเซ็นสัญญาร่วมทุนกันได้สำเร็จ
กิจการของมิชลินในประเทศไทยก็เป็นไปอย่างดียิ่ง ทั้งผลิตยางรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์
และยางรถถีบเสือภูเขา ทั้งเครือซิเมนต์ไทย ก็ได้สนับสนุนกิจกรรมศิลปะและวัฒนธรรมของฝรั่งเศส
คุณชุมพลในฐานะผู้นำองค์กรจึงได้รับการยกย่องจากรัฐบาลฝรั่งเศส ได้บรรดาศักดิ์ชั้นอัศวิน
เครื่องยศเหรียญตราตำแหน่ง chevalier และ
officier จากประธานาธิบดีถูกส่งผ่านทางเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยถึงคุณชุมพล
ในงานเลี้ยงอย่างเป็นทางการและทรงเกียรติ
เป็นค่ำคืนที่มีความหมาย ทุกอย่างเป็นไปเรียบร้อยตามกำหนดการ ถ้าไม่นับข้อที่ว่า
เหรียญตราซึ่งท่านทูตได้บรรจงกลัดบนอกเสื้อของอัศวินนั้น ได้ทิ้งตัวดิ่งลงสู่ถ้วยซุปที่คุณชุมพลกำลังรับประทานด้วยความเอร็ดอร่อย
ท่ามกลางคณาสายตาที่จ้องมองมา ผู้มองโลกแง่ดีท่านหนึ่งเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นว่า
"ซุปถ้วยนี้ ควรเรียกซุปอัศวิน ในฐานะที่ได้รับเหรียญด้วย"
อีกมื้อหนึ่งที่คุณชุมพลต้องรับบทอัศวิน
มื้อนี้ที่ลอนดอน
การนัดหมาย ณ มหานครนั้น ท่านผู้เป็นเจ้าภาพยืนยันว่าย่อมไม่มีร้านไหนดีไปกว่าภัตตาคารเป็ดย่างชื่อดังแห่งโซโห
ตรงตามเวลานัด เบนท์ลี่สีดำปลาบนำสุภาพบุรุษในสูทราคาระยับมาถึง
อาหารมื้อนั้นเป็นไปอย่างอร่อย ธุรกิจราบรื่น และเปี่ยมมารยาทผู้ดีอังกฤษ สิ้นมื้อ
เจ้าภาพเรียกบริกรมารับค่าบริการ ด้วยการยื่นยัตรเครดิตให้
35 ปอนด์เท่านั้น
แต่ปัญหาอยู่ที่บริกร เขานอบน้อมแต่จริงจัง
"ขออภัย ร้านเราไม่รับบัตรเครดิตขอรับกระผม"
เป็นใครก็คงนึกถึงหัวใจ (และใบหน้าที่แตกเพล้ง)
ของท่านเจ้าภาพออก เพราะท่านผู้มากับเบนท์ลี่ไม่พกเงินสด
ในท่ามกลางความกระอักกระ อ่วน อัศวินไทยเอ่ยของโทษอย่างสุภาพและขอรับเป็นเจ้าภาพเอง
อัศวินไทยผู้พกเงินสดและอยู่เมืองไทย "เฉยๆ"
กับก๋วยเตี๋ยวเป็ด
วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2549
ปีที่ 29 ฉบับที่ 3779 (2979)