Simple is the Best

March 31st, 2006

วันที่ต่อมเหงาทำงานได้ดีเป็นพิเศษ

Posted by julluj in blog

ตื่นก็สาย ยังไม่วายจะดูทีวีต่อ
ต้องไปเอางานที่ก่อนแวะเข้าที่ทำงาน
แต่ก็สายจนได้
เพราะสาย
สาย
สาย

อ่านหนังสือ เขาพูดถึงเรื่องไร้สายว่า
ไร้สายในความหมายแรก
ไร้สายเดี่ยว แล้วโยงไปถึงไม่มีสาย

ไร้สายในความหมายที่สอง
เทคโนโลยีนวัตกรรมต่างๆ ที่ไร้สายแล้ว

แล้วไร้สายในความหมายสุดท้ายคือ
ไร้สายสัมพันธ์ ต่อกัน
เพราะมุ่งไปสัมพันธ์ในโลกเสมือนมากกว่า

ว่าแต่ว่าสาธยายมายืดยาวมันเกี่ยวอะไรกับสายของฉันนี่

อากาศช่วงนี้แปลกๆ เข้าหน้าร้อนแต่ฝนตกซะงั้น
อากาศเย็นน่านอนมาก ชิวชิวไปวันวัน

ว่ากันว่าอากาศเย็นจะกระตุ้นต่อมเหงา เศร้า ซึม ได้ดีเป็นพิเศษ
แล้วอากาศเย็นๆ สังเกตุไหมว่า รอบตัวมันจะเงียบๆ กว่าปกติ
สิ่งแวดล้อมเกื้อกูล ความเหงา เศร้า ซึม เลยทำงานได้เป้นอย่างดี

ว่าแต่จะเศร้าไปทำไม

จบไดแบบขำขำ ดีกว่า
เอาเรื่องความเศร้านี่แหละ
รุ่นน้องคนนึง ตอนนี้ไปใช้ชีวิตอยู่ประเทศนอกที่อากาศหนาว
โทรมาคุย บวกร้องไห้
บอกว่า ตอนนี้ไม่สบาย
เพราะแพ้อากาศที่หนาว
ตอนนี้คิดถึงเมืองไทยมากๆ

เราเลยตอบไปว่า
ถ้ารู้ว่าอยู่เมืองหนาวแล้วไม่สบาย
แล้วเลือกไปทำไม

ทำไมไม่ไปอียิปต์ ไม่ไปเมืองร้อน
ไปเมืองหนาวทำแป๊ะ อะไร
5555 5

อย่าลืม!!
สองเมษาไปรักษาสิทธิ์
(เลือกไม่เลือก ก็อีกเรื่องนึง)

March 30th, 2006

หรือเป็นแค่…นก

Posted by julluj in blog

จู่ๆ พี่ๆ ที่ทำงานก็คุยกันเรื่องนกที่มาทำรังในซอกห้องน้ำของบ้านเขา
ต่างคนก็ต่างความ
แต่เสียงที่พลังสุดบอกว่า
ลองคิดดูนะ เศษใบไม้ใบหญ้า ที่มันปลิว มันหล่นเข้ามานะ
จะรก สกปรกแค่ไหน

จบประเด็นนก ไปด้วยความสกปรก
ทำให้เราต้องเก็บมาคิดว่า
จริงหรือ ที่สกปรก

เพราะทุกวันนี้นกที่ห้องก็ทำให้เราต้องเก็บต้องกวาดอยู่ทุกวัน???
ก่อนที่ความคิดจะพุ่งพรายไปกว่านี้
แม่ก็โทรมาคุย ถามสารทุกข์สุกดิบ
แล้วก็มีบทมนทานึงที่วกมาเรื่องนก

เราก็บอกแม่ไปว่า มันมีเศษใบไม้ใบหญ้าตกมาเพียบเลย
ตกแล้ว ก็ไม่เก็บนะ ตกแล้วตกเลย
ไม่เก็บ สงสัยคงจะหยิ่ง…

คราวนี้แม่มาแปลก คิดว่าจะคล้อยตาม
แต่มุมของแม่
แม่บอกว่า

ชิ้นส่วนที่ได้ อาจจะประกอบกันได้ไม่ดี
ไม่พอใจ หรือลงล็อกที่เขาต้องการ
จะทนทู่ซี้ หรือว่าขัดขืนยัดเยียดมันคงไม่ดี

สู้เสียเวลา ใช้เวลาเพิ่มมากขึ้น
แต่ได้ของที่ดี มีคุณภาพ
มันก็คงดีกว่า

เหมือนที่เคยพูดถึงไปแล้ว
ว่านกไม่ได้ทำรังให้ตัวเอง
แต่นกทำรังเพื่อรองรับลูกๆ ของมันมากกว่า
การที่คัดสรร คัดหาสิ่งที่ดี
เพื่อคนที่รัก มันเป็นธรรมชาติ ของทุกสิ่งอย่าง
ไม่ว่าคนหรือสัตว์

March 30th, 2006

ชุมพล “คน ทำ มะ ดา” ตอนที่ 13

ชุมพล "คน ทำ มะ ดา"

ตอนที่ 13

คอลัมน์ ชีวิตหนึ่งซึ่งเรียบง่าย
โดย บินหลา สันกาลาคีรี


นินจาในวงล้อม

ในแวดวงเพื่อนฝูง คุณชุมพลเป็นที่ต้องการตัวเสมอ

เพราะเป็นคนพูดน้อย เพื่อนชอบที่ไม่ค่อยขัดคอ
ใช่ไหม ?

คำตอบคือไม่ใช่

ดร.จิรายุกล่าวถึงคุณชุมพลว่า "มีไหวพริบ
มีวิจารณญาณในการตอบโต้และแก้ปัญหา"

ความเห็นนี้คุณศิรินทร์ นิมมานเหมินท์ เห็นด้วยเต็มที่
พร้อมกับยกตัวอย่างว่า แรกที่คุณธารินทร์ พี่ชายเข้าเป็นบิ๊กแบงก์ไทยพาณิชย์นั้น
คุณธารินทร์มักบ่นระบายด้วยความหนักอกว่า ทำไมปัญหาถึงได้ยุ่งเหยิงขนาดนี้ มีทั้งปล่อยเงินกู้ไม่มีคุณภาพ
ปัญหาหนี้เสีย แก้ปมนี้ไปเจอปมนั้น แก้ปมนั้นไปพันปมโน้น

เสียงถอนใจของคุณธารินทร์เฮือกใหญ่พอที่เพื่อนๆ
จะหันมอง

แล้วเสียงหนึ่งก็ดึงขึ้นเรียบๆ

"ก็เพราะปัญหานี่แหละ

ลื้อถึงได้มาเป็นผู้จัดการใหญ่ไง"

คุณชุมพลพูดด้วยรอยยิ้ม

เวลาที่นัดหมายสมาคมกันในหมู่เพื่อน เป็นไปได้มากที่สุดคือเวลาอาหารค่ำ
คุณชุมพลเป็นคนตรงต่อเวลา มักไปถึงก่อนคนอื่นเสมอ เหตุผลอีกประการที่สำคัญคือ ต้องไปจองที่นั่ง
คุณชุมพลพอจะดื่มบ้าง แต่ไม่สูบบุหรี่ พื้นที่จับจองคือเขตห่างไกลกลุ่มโรงสีพ่นควัน
ไม่นานคนอื่นๆ ก็จะทยอยมา เสียงสนทนาดังขึ้น คุณชุมพลจะเป็นคนที่ฟังมากกว่าพูด
ใครพูดมากก็ไม่ขัดคอ แต่เมื่อใครถามความเห็น คำตอบที่ได้รับมักจะเฉียบเสมอ หลังมื้ออาหารก็เป็นกาแฟ
เข้ากันได้ดีเหลือหลายกับซิการ์ของเพื่อนฝูง จากนั้นการถกปัญหาก็ออกรสยิ่งขึ้น
ขยายวงปัญหาจากที่นัดหมายกันมาสู่วงปัญหาของประเทศชาติ คุณชุมพลซึ่งเมื่อเริ่มมื้อยังสดชื่นดี
บัดนี้มีปฏิกิริยาหน่อยๆ ขยับเก้าอี้ห่างซิการ์อีกนิด พลิกข้อมือดูนาฬิกาบ่อยขึ้น
เมื่อคะเนว่าเพื่อนๆ มีทีท่าจะลากยาวแน่แล้ว เขาก็ลุกประกาศอย่างเด็ดเดี่ยว ขอกลับบ้านไปนอน

แน่นอนว่าทุกคนต้องร้องค้าน ประมาณว่ายังไม่จบเรื่องที่ต้องถกและขอความเห็นคุณชุมพล

ไม่ใช่คนขัดใจเพื่อน เขานั่งลงอย่างว่าง่าย
แต่ก็

เงียบขรึมเช่นเดิม

 

สักพักหนึ่ง ใครบางคนในกลุ่มอาจเป็นคนแรกที่รู้สึกตัว
เพื่อนช่วยๆ กันแหวกม่านควันซิการ์ออกเพื่อจะพบว่า คุณชุมพลหายตัวไปกับควันตั้งนานแล้ว

นี่แหละคนไม่ขัดใจเพื่อน

 

เครดิตของอัศวิน

การเข้าร่วมทุนกับมิชลิน ทำให้คุณชุมพลมีหนึ่งมื้ออาหารที่น่าจดจำ

หลังจากที่เจรจา จนเซ็นสัญญาร่วมทุนกันได้สำเร็จ
กิจการของมิชลินในประเทศไทยก็เป็นไปอย่างดียิ่ง ทั้งผลิตยางรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์
และยางรถถีบเสือภูเขา ทั้งเครือซิเมนต์ไทย ก็ได้สนับสนุนกิจกรรมศิลปะและวัฒนธรรมของฝรั่งเศส
คุณชุมพลในฐานะผู้นำองค์กรจึงได้รับการยกย่องจากรัฐบาลฝรั่งเศส ได้บรรดาศักดิ์ชั้นอัศวิน

เครื่องยศเหรียญตราตำแหน่ง chevalier และ
officier จากประธานาธิบดีถูกส่งผ่านทางเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยถึงคุณชุมพล

ในงานเลี้ยงอย่างเป็นทางการและทรงเกียรติ
เป็นค่ำคืนที่มีความหมาย ทุกอย่างเป็นไปเรียบร้อยตามกำหนดการ ถ้าไม่นับข้อที่ว่า
เหรียญตราซึ่งท่านทูตได้บรรจงกลัดบนอกเสื้อของอัศวินนั้น ได้ทิ้งตัวดิ่งลงสู่ถ้วยซุปที่คุณชุมพลกำลังรับประทานด้วยความเอร็ดอร่อย

ท่ามกลางคณาสายตาที่จ้องมองมา ผู้มองโลกแง่ดีท่านหนึ่งเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นว่า
"ซุปถ้วยนี้ ควรเรียกซุปอัศวิน ในฐานะที่ได้รับเหรียญด้วย"

อีกมื้อหนึ่งที่คุณชุมพลต้องรับบทอัศวิน

มื้อนี้ที่ลอนดอน

การนัดหมาย ณ มหานครนั้น ท่านผู้เป็นเจ้าภาพยืนยันว่าย่อมไม่มีร้านไหนดีไปกว่าภัตตาคารเป็ดย่างชื่อดังแห่งโซโห

ตรงตามเวลานัด เบนท์ลี่สีดำปลาบนำสุภาพบุรุษในสูทราคาระยับมาถึง
อาหารมื้อนั้นเป็นไปอย่างอร่อย ธุรกิจราบรื่น และเปี่ยมมารยาทผู้ดีอังกฤษ สิ้นมื้อ
เจ้าภาพเรียกบริกรมารับค่าบริการ ด้วยการยื่นยัตรเครดิตให้

35 ปอนด์เท่านั้น

แต่ปัญหาอยู่ที่บริกร เขานอบน้อมแต่จริงจัง

"ขออภัย ร้านเราไม่รับบัตรเครดิตขอรับกระผม"

เป็นใครก็คงนึกถึงหัวใจ (และใบหน้าที่แตกเพล้ง)
ของท่านเจ้าภาพออก เพราะท่านผู้มากับเบนท์ลี่ไม่พกเงินสด

ในท่ามกลางความกระอักกระ อ่วน อัศวินไทยเอ่ยของโทษอย่างสุภาพและขอรับเป็นเจ้าภาพเอง

อัศวินไทยผู้พกเงินสดและอยู่เมืองไทย "เฉยๆ"
กับก๋วยเตี๋ยวเป็ด

วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2549
ปีที่ 29 ฉบับที่ 3779 (2979)

Next Page »