Simple is the Best

January 30th, 2006

select

Posted by julluj in blog

“เราเลือกที่จะเก็บ และเลือกที่จะลืม อะไรบางอย่างได้ แต่สุดท้ายแล้ว ความทรงจำทั้งหมด ก็เป็นของเรา!! ”

ยังคาใจอยู่กับประโยคนี้
ไม่ต้องสงสัยว่าใครเขียน
ฉันเองนี่แหละที่เขียน

แต่เขียนไปแล้ว ก็งงงง เบลอเบลอ

ตั้งสติ แล้วก็หยุดคิด กับประโยคที่ว่าอีกครั้ง
ฉันว่ามันดีนะ

หนึ่งวัน ยี่สิบสี่ขั่วโมง
เราต้องประสบพบเจอเรื่องราวมากมาย

และมันก้ต้องมีทั้งเรื่องที่ดี ละเรื่องที่ไม่ดีเข้ามาหาเรา

และตรงนี้นี่เอง
ที่ทำให้ฉันคิดได้!!

แต่ละวันมีเรื่องเม้งๆ มากมาย
แต่ในเรื่องเม้งๆ เหล่านั้นมันก็ต้องมีเรื่องที่ดีอยู่บ้าง

และนี่แหละ คือสิ่งที่จะมาช่วยขยายความ
ประโยคนี้ของฉันได้

เรื่องไม่ดี เราก็เก็บ เราก็วีน เอามาคิดต่อ ให้ปวดหัว
วุ่นวาย

เรื่องที่ดี เราก็เก็บ เอามาคิดอีก คิดต่อ ให้อิ่มเอม
อิ่มใจ

คนเราไม่หยุดคิดหรอก ฉันว่า
ถ้าเราเลือกต้นทาง ที่ควร
ปลายทางก็ต้องเป็นอย่างที่เราต้องการ

จะวุ่นวาย หรือ อิ่มใจ

ก็อยู่ที่เราเลือกแล้วเนอะ
เธอว่าไหม?

January 30th, 2006

ความรักวัดกันที่ตับ

Posted by julluj in blog

วันศุกร์ที่ผ่านมา เป็นวันที่ทรมานมากสำหรับฉัน
เพราะอะไรน่ะหรือ ก็เพราะว่าฉันไม่สบายเอานะสิ

มันเริ่มมาจากที่คืนก่อน ที่ฉันนอนไม่หลับ
แล้วดันลุกมาอ่านหนังสือ
กว่าจะนอนอีกที ปาเข้าไปตี4

แล้ว 7 โมงก็ต้องตื่นไปส่งงาน

ผลจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ
ทำให้ระบบในร่างกายปั่นป่วนส่งผลให้ฉันไม่สบาย
—————————————————————

วันศุกร์

วันนี้ฉันเริ่มต้นทุกอย่างตามรูปแบบ ที่ควรจะเป็น
แต่ทุกอย่างมันเหมือนมีอะไรมาจี้ให้เราต้องหยุด หรือช้าลง

เพราะหลังจากที่ฉันลงจากรถสองแถว
น้ำหูน้ำตาน้ำมูก ไหลไม่หยุดเลย
แย่แน่ฉัน

แต่ฉันก็คิดว่า มันคงไม่มีอะไรมาก
เวลาผ่านไป…

วันนี้ฉันมีอะไรที่ต้องทำพอประมาณ
แต่สิ่งที่ต้องทำแน่ๆ คือไฟล์ที่ต้องเอาพรีเซนต์เย็นนี้

ถึงที่ทำงาน ฉันก็ทำงานไปเรื่อยเปื่อย
ทำไป ทำมา ฉันไม่ไหวแล้ว
เพราะร่างกาย มาฟ้อง ตาจะปิดเอาให้ได้
กลับบ้านดีกว่า (ทั้งที่ไฟล์พรีเซนต์ยังไม่มีเลย)

กินยา ห่มผ้านอน
แต่ก็อย่างว่า

คนมันมีปมติดตัว
จะให้นอนยังไงก็คงไม่สนิทตา(สนิทใจ)

ตื่นมาตอน 6 โมงเย็น (มีเรียนก็ 6โมงเย็น แล้วจะไปเรียนได้ไง)

อันที่จริงฉันจะไปนำเสนอสัปดาห์หน้าก็ได้
แต่ด้วยความที่ฉันอยากจะทำให้เสร็จๆ จบๆ กันไป
ยังไง ก็ขอให้มันจบไป เถอะ

นั่งทำพรีเซนต์ ตามเรื่องตามราว
จากโพยที่ฉันมีแผ่นนึงเท่านั้น!!

18.40
ทุกอย่างที่ฉันต้องการก็เรียบร้อย
ฉันถึงราม
ฉันได้ไฟล์
ฉันเตรียมตัว

น้ำมูกก็ยังไม่หยุด เช็กจมูกจนแสบไปหมด

แล้วเวลาก็มาถึง
ฉันก็พูดไปตามความเข้าใจของฉัน

แล้วมันก็ผ่านไปได้ด้วยดี

นับเป็นเรื่องดีมากๆ ที่เวลาที่อยู่หน้าห้องนำเสนอนั้น
อาการป่วยของฉันมันไม่แสดงออกมาเลย

ทุกอย่างผ่านไปได้ด้วยดี
เพื่อนบางคนบอกว่า พรีเซนต์ของฉัน
เป็น “วิชาการไฮโซ”

ครูถามมาฉันก็ตอบเลย

ฉันว่านะ ถ้าเราเข้าใจแล้ว มันก็ไม่ยาก
เพื่อนบางคนที่พรีเซนต์ก่อนฉัน
พอครูถาม บางคนก็ลน บางคนก็เปิดโพย

เอาเป็นว่าวิชานี้ ฉันเหลือเพียงแค่ส่งตัวเล่ม
ส่วนพรีเซนต์คงจบกันไป

+++++++++++++++++++++++++++++++
สามวันต่อมา
อาการไข้ดีขึ้น
แต่สิ่งที่ตกค้าง คือ จมูกลอก บานเบอะเลย
+++++++++++++++++++++++++++++++

วันนี้ คงเป็นวันฟิวส์ขาดของฉัน
เพราะฉันถึงขนาดที่คิดจะจัดการ
กับเรื่องแมงวี่แมงวันที่มันกวนใจให้หมดไปเสียที

เพื่อนบางคน ที่ฉันคิดว่า ความคิดเห็นหรือทัศนคติบางอย่างไม่ตรงกัน
ก็คงถึงเวลาที่ต้องสะสาง ปรับความเข้าใจกันแล้ว
เพราะฉันรำคาญเต็มทนแล้ว

พูดไปมันก็ดี ถือว่าเราได้เคลียร์ไปแล้ว
แต่มีอะไรบางอย่างที่มันยังกระตุ้นต่อมของฉัน

เพื่อนคนนั้นพูดว่า
+++++++++++++++++++++
เราไม่รู้นะ ว่าเธอเป็นคนยังไง
ไม่รู้ว่าเธอเป็นคนดี หรือ คนเลว

+++++++++++++++++++++
เขาเหมือนจะพูดต่อ
แต่ฉันคิดว่า ถ้าเขาพูดมาแบบนั้น
มันก็คงพอให้เราคิดอะไรได้แล้ว

ฉันจึงขอตัดบทแล้วตอบไปว่า

ถ้าเธอคิดว่าฉันไม่ดี
เธอจะมาคบฉันให้เสียเวลาทำไม

ถ้าคิดว่าฉันไม่ดี ก็ไม่ต้องมาคบหาให้เสียเวลาหรอก
คนเราทุกคน มีเรื่องอย่างอื่นที่ต้องทำมากมาย
ไม่ควรที่จะมาเสียเวลากับเรื่องแบบนี้!!

January 26th, 2006

ละอายใจ

Posted by julluj in blog

เมื่อวานได้คุย MSN กับเพื่อนใหม่

จะว่าไปก็คอเดียวกัน เพราะทำเวบเหมือนกัน

แต่สิ่งที่น่าละอายของเราก็คือ การใช้ภาษาเขียนของเรา

เราเขียนอะไรง่ายๆ ที่พอจะเข้าใจ โดยไม่ได้คำนึงถึงหลักภาษา

หรือความถูกต้อง เอาง่ายเข้าว่า

แต่เพื่อนใหม่เมื่อวานนี้ พิมพ์มา ถูกทุกคำ เป๊ะทุกตัว

เห็นแล้วละอายเลย…

พูดไม่ออก (เขียนไม่ได้)

กลับบ้าน จิบเบียร์เย็นๆ

กะว่าจะนอนหลับให้สบาย ฝันดี

บรรยากาศก็ดี

เพราะว่าร้านหมูกระทะ ข้างๆ หยุดมาสามวันแล้ว

แถมวันนี้มีชิงร้อย ชะชะช่า ด้วย

โอกาส และบรรยากาศ ทุกอย่างลงตัว

แต่…

แต่เอาเข้าจริง

ตื่นมาตีสอง

นอนไม่หลับ

สงสัยจะกังวลมากไป

เพราะว่า มัวแต่ไปทำงานพิเศษ (เขาเร่งมา)

จนไม่ได้ทำงานตัวเอง

ทั้งงานบริษัท

(เขาตามไปซ่อมตั้งแต่วันจันทร์ นี่วันพุธแล้ว ยังไม่ได้ไปเลย …

งานตัวเอง

รายงานส่งวันศุกร์ แต่ยังไม่ได้กระดิกอะไรเลย

ตื่นมาตีสอง อ่านหนังสือ

เพื่อหาแนวคิด ทฤษฎี หรืออะไรที่มันเกี่ยวข้อง ที่พอจะเอาไปใช้งานได้

เวลาผ่านไปเร็วเหมือนโกหก

คิดว่าได้อะไรมาอยู่ในหัวบ้างพอสมควร

ดูนาฬิกา ตี4

โอ้…แม่เจ้า

พระเจ้าช่วย กล้วยปิ้ง

อยากจะนอน แต่ข่มตาไม่หลับ

ชีวิตช่วงนี้ไหงเศร้าสุดขีด

แต่ก็ต้องนอน

เพราะพรุ่งนี้มีส่งงานตอน 8 โมง

กว่าจะเดินทาง รถติดอีก

แล้วฉันต้องตื่นกี่โมง - ได้นอนกี่ชั่วโมง???

อย่าพูดพล่ามทำเพลงเลยเรา

ไปนอน…

เอ๊ย!! รีบทำงาน รีบปิดจ็อบดีกว่า

จะได้เสร็จๆ จบๆ กันไป

ไทยแลนด์

++++++++++++++++++++++++++++

ได้หนังสือสารกระตุ้นมาแล้ว

แต่เดี๋ยวก่อน

นี่มัน

a day ยุคแรกนี่นา!!!

Next Page »