<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<!-- generator="wordpress/1.5.2" -->
<rss version="2.0" 
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
>

<channel>
	<title>Simple is  the Best</title>
	<link>http://www.julluj.com</link>
	<description>julluj.com</description>
	<pubDate>Mon, 15 Sep 2008 06:40:40 +0000</pubDate>
	<generator>http://wordpress.org/?v=1.5.2</generator>
	<language>en</language>

		<item>
		<title>หมัด</title>
		<link>http://www.julluj.com/?p=458</link>
		<comments>http://www.julluj.com/?p=458#comments</comments>
		<pubDate>Tue, 05 Aug 2008 06:50:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>julluj</dc:creator>
		
	<category>อ่านเจอมาชอบ</category>
		<guid>http://www.julluj.com/?p=458</guid>
		<description><![CDATA[	คนเราอย่าให้เหมือน ตัวหมัด
	ตัวหมัดเนี้ยมันกระโดดได้ไกลมาก ๆ 
	ถ้ามันตัวเท่าคน มันสามารถกระโดดข้ามสนามฟุตบอลได้สบาย!
	แต่ถ้าจับตัวหมัดมาใส่กล่องไว้นาน ๆ มันจะกระโดดได้แค่ความสูงของกล่องเท่านั่น
	ความหมายคือ คนเรามีศักยภาพที่มาก แต่ไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่
	บางทีทำงานไปนาน ๆ เหมือนตัวหมัดที่อยู่ในกล่อง กระโดดได้ไม่ไกลเสียแล้ว&#8230;
	*ไม่ทราบที่มา
แต่อ่านแล้วโดน

]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[	<p>คนเราอย่าให้เหมือน ตัวหมัด</p>
	<p>ตัวหมัดเนี้ยมันกระโดดได้ไกลมาก ๆ </p>
	<p>ถ้ามันตัวเท่าคน มันสามารถกระโดดข้ามสนามฟุตบอลได้สบาย!</p>
	<p>แต่ถ้าจับตัวหมัดมาใส่กล่องไว้นาน ๆ มันจะกระโดดได้แค่ความสูงของกล่องเท่านั่น</p>
	<p>ความหมายคือ คนเรามีศักยภาพที่มาก แต่ไม่สามารถนำมาใช้ได้อย่างเต็มที่</p>
	<p>บางทีทำงานไปนาน ๆ เหมือนตัวหมัดที่อยู่ในกล่อง กระโดดได้ไม่ไกลเสียแล้ว&#8230;</p>
	<p>*ไม่ทราบที่มา<br />
แต่อ่านแล้วโดน
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.julluj.com/?feed=rss2&amp;p=458</wfw:commentRSS>
	</item>
		<item>
		<title>อย่างไหนดีกว่ากัน?</title>
		<link>http://www.julluj.com/?p=190</link>
		<comments>http://www.julluj.com/?p=190#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 11 Oct 2006 10:33:03 +0000</pubDate>
		<dc:creator>julluj</dc:creator>
		
	<category>อ่านเจอมาชอบ</category>
		<guid>http://www.julluj.com/?p=190</guid>
		<description><![CDATA[	อย่างไหนดีกว่ากัน?
เมาจนอ้วก
กับเมาพะอืดพะอม
	อย่างไหนดีกว่ากัน?
เมาจนลืมตัว
กับเมาจนจมกับเรื่องในอดีต
	อย่างไหนดีกว่ากัน?
เมาอย่างรวดเร็ว จึงประหยัด
กับเมาช้าๆ อย่างคอแข็งจึงดูแมน
	อย่างไหนดีกว่ากัน?
รีบเมาในวันนี้เพื่อที่จะนอน โดยไม่ต้องทำอะไรในวันพรุ่งนี้
หรือรีบเข้านอนในวันนี้ เพื่อจะได้เก็บแรงไว้เมาต่อในวันพรุ่งนี้&#8230;
	+++++++++++++++++++++++++
ตุล ไวฑูรเกียรติ
A TUL RED LINE
DDT # 21
september 2006
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[	<p>อย่างไหนดีกว่ากัน?<br />
เมาจนอ้วก<br />
กับเมาพะอืดพะอม</p>
	<p>อย่างไหนดีกว่ากัน?<br />
เมาจนลืมตัว<br />
กับเมาจนจมกับเรื่องในอดีต</p>
	<p>อย่างไหนดีกว่ากัน?<br />
เมาอย่างรวดเร็ว จึงประหยัด<br />
กับเมาช้าๆ อย่างคอแข็งจึงดูแมน</p>
	<p>อย่างไหนดีกว่ากัน?<br />
รีบเมาในวันนี้เพื่อที่จะนอน โดยไม่ต้องทำอะไรในวันพรุ่งนี้<br />
หรือรีบเข้านอนในวันนี้ เพื่อจะได้เก็บแรงไว้เมาต่อในวันพรุ่งนี้&#8230;</p>
	<p>+++++++++++++++++++++++++<br />
ตุล ไวฑูรเกียรติ<br />
<strong>A TUL RED LINE</strong><br />
DDT # 21<br />
september 2006</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.julluj.com/?feed=rss2&amp;p=190</wfw:commentRSS>
	</item>
		<item>
		<title>ศิลปิน - พาณิชย์ศิลป์</title>
		<link>http://www.julluj.com/?p=187</link>
		<comments>http://www.julluj.com/?p=187#comments</comments>
		<pubDate>Wed, 04 Oct 2006 07:55:38 +0000</pubDate>
		<dc:creator>julluj</dc:creator>
		
	<category>อ่านเจอมาชอบ</category>
		<guid>http://www.julluj.com/?p=187</guid>
		<description><![CDATA[	เมื่อก่อนสมัยตอนผมเริ่มทำงานใหม่ๆ ได้คุยกับพี่ท่านหนึ่ง พี่เค้าทำงานด้านเวบดีไซน์ เค้าสอนผมไว้ได้อย่างน่าฟัง ผมขออนุญาตมาเล่าต่อคับ 
	ครั้งแรกเค้าถามผมว่า ผมอยากเป็นศิลปิน หรือคนพาณิชย์ศิลป์ ผมก็ยังงงว่าไอ้สองอย่างมันต่างกันยังไง มันก็ใช้ศิลปะด้วยกันทั้งคู่ คำตอบที่เค้าให้ผมเค้าบอกผมว่า 
	&#8220;ศิลปิน&#8221; เนี่ยเราคือเจ้าของงาน เราจะทำอะไรกับงานของเราก็ได้ จะแต่งแต้มให้ดูทุเรศ หรือสวยล้นฟ้าก็ทำได้ มันเป็นผลงานของเรา เรามีอำนาจตัดสินใจเต็มที่ คนอื่นจะไม่สามารถมายุ่งกับงานของเราได้ 
	&#8220;พาณิชย์ศิลป์&#8221; คือเราทำงานเพื่อขาย เพราะฉะนั้นลูกค้าต้องเป็นใหญ่เสมอ เราจะไม่มีสิทธิ์ไปกำหนดตายตัวว่า ออกแบบแล้วต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ลุกค้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งแก้ ลูกค้าจะเป็นเจ้าของงานนั้น เรามีหน้าที่ทำให้ลูกค้านั้นได้งานตามที่เค้าต้องการ ไม่ว่างานนั้นจะทุเรศแค่ไหน แต่ถ้าทำออกได้ตรงใจกับที่ลูกค้าต้องการ หน้าที่ของเราก็ประสบความสำเร็จ เพราะเรามีหน้าที่ทำให้ลูกค้าพอใจ แต่ถ้าเราออกแบบสวยมาก ในวงการออกแบบต้องยอมรับผลงานเราว่าออกแบบได้สวย แต่ลูกค้าไม่ชอบ เราก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเราทำให้ลูกค้าพอใจไม่ได้ พาณิชย์ศิลป์ลูกค้าจึงเป็นเจ้าของงาน 
	พี่ท่านนี้เค้าเล่าให้ฟังสั้นๆ แค่นี้คับ ผมก็ไม่ได้ถามอะไรเค้าต่อ ทุกวันนี้ผมก็เลยทำงานได้อย่างเข้าใจว่า งานไหนของเรา งานไหนของลูกค้า  
	+++++++++++++++++++++
นานมาแล้วที่ไม่ได้อ่านอะไรตคามบอร์ดอื่นๆ
วันนี้ว่าง ก็เข้าเลย
และก็ไม่ผิดหวัง
คำไม่คมหรอก
แต่ทำให้เข้าใจอะไรๆ ได้มากขึ้น
+++++++++++++++++++++
]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[	<p>เมื่อก่อนสมัยตอนผมเริ่มทำงานใหม่ๆ ได้คุยกับพี่ท่านหนึ่ง พี่เค้าทำงานด้านเวบดีไซน์ เค้าสอนผมไว้ได้อย่างน่าฟัง ผมขออนุญาตมาเล่าต่อคับ </p>
	<p>ครั้งแรกเค้าถามผมว่า ผมอยากเป็นศิลปิน หรือคนพาณิชย์ศิลป์ ผมก็ยังงงว่าไอ้สองอย่างมันต่างกันยังไง มันก็ใช้ศิลปะด้วยกันทั้งคู่ คำตอบที่เค้าให้ผมเค้าบอกผมว่า </p>
	<p>&#8220;ศิลปิน&#8221; เนี่ยเราคือเจ้าของงาน เราจะทำอะไรกับงานของเราก็ได้ จะแต่งแต้มให้ดูทุเรศ หรือสวยล้นฟ้าก็ทำได้ มันเป็นผลงานของเรา เรามีอำนาจตัดสินใจเต็มที่ คนอื่นจะไม่สามารถมายุ่งกับงานของเราได้ </p>
	<p>&#8220;พาณิชย์ศิลป์&#8221; คือเราทำงานเพื่อขาย เพราะฉะนั้นลูกค้าต้องเป็นใหญ่เสมอ เราจะไม่มีสิทธิ์ไปกำหนดตายตัวว่า ออกแบบแล้วต้องเป็นอย่างนั้นอย่างนี้ ลุกค้าไม่มีสิทธิ์มาสั่งแก้ ลูกค้าจะเป็นเจ้าของงานนั้น เรามีหน้าที่ทำให้ลูกค้านั้นได้งานตามที่เค้าต้องการ ไม่ว่างานนั้นจะทุเรศแค่ไหน แต่ถ้าทำออกได้ตรงใจกับที่ลูกค้าต้องการ หน้าที่ของเราก็ประสบความสำเร็จ เพราะเรามีหน้าที่ทำให้ลูกค้าพอใจ แต่ถ้าเราออกแบบสวยมาก ในวงการออกแบบต้องยอมรับผลงานเราว่าออกแบบได้สวย แต่ลูกค้าไม่ชอบ เราก็ไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเราทำให้ลูกค้าพอใจไม่ได้ พาณิชย์ศิลป์ลูกค้าจึงเป็นเจ้าของงาน </p>
	<p>พี่ท่านนี้เค้าเล่าให้ฟังสั้นๆ แค่นี้คับ ผมก็ไม่ได้ถามอะไรเค้าต่อ ทุกวันนี้ผมก็เลยทำงานได้อย่างเข้าใจว่า งานไหนของเรา งานไหนของลูกค้า <img src='http://www.julluj.com/wp-images/smilies/icon_smile.gif' alt=':)' class='wp-smiley' /> </p>
	<p>+++++++++++++++++++++<br />
นานมาแล้วที่ไม่ได้อ่านอะไรตคามบอร์ดอื่นๆ<br />
วันนี้ว่าง ก็เข้าเลย<br />
และก็ไม่ผิดหวัง<br />
คำไม่คมหรอก<br />
แต่ทำให้เข้าใจอะไรๆ ได้มากขึ้น<br />
+++++++++++++++++++++</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.julluj.com/?feed=rss2&amp;p=187</wfw:commentRSS>
	</item>
		<item>
		<title>ชุมพล “คน ทำ มะ ดา” ตอนที่ 16</title>
		<link>http://www.julluj.com/?p=102</link>
		<comments>http://www.julluj.com/?p=102#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 Apr 2006 11:50:59 +0000</pubDate>
		<dc:creator>julluj</dc:creator>
		
	<category>อ่านเจอมาชอบ</category>
		<guid>http://www.julluj.com/?p=102</guid>
		<description><![CDATA[	คอลัมน์ ชีวิตหนึ่งซึ่งเรียบง่าย
  โดย บินหลา สันกาลาคีรี 
	&#160;
	
ของสะสม
	ขนาดอสังหาริมทรัพย์มองเห็นกำไรเหนาะๆ ยังไม่ยอมสะสม
  ถ้าอย่างนั้นคุณชุมพลสะสมอะไร ?
	แก้วแหวนเงินทอง, เพชรนิลจินดา, หุ้น ฯลฯ
	เกือบทั้งหมดไม่เพียงของนอกกาย แต่ยังนอกความคิดด้วย
  สำหรับหุ้น คุณชุมพลซื้อเก็บไว้ในส่วนบลูชิพเพื่อเงินปันผล เป็นการลงทุนระยะยาว
  เขาไม่ชอบความร่ำรวยจากการ &#34;เล่นหุ้น&#34; แบบที่ผู้คนระเริงกัน
	&#34;เงินเล่นหุ้น เป็น nonproductive wealth
  ไม่สร้างสรรค์ ไม่ก่อให้เกิดผลผลิต ไม่ก่อให้เกิดการสร้างงาน ไม่สร้างความเจริญให้เศรษฐกิจ&#34;
  คือความเห็นของเขา
	โดยสถานะตำแหน่ง คุณชุมพลจำต้องติดตามราคาหุ้นบางตัวที่ข้องเกี่ยวกับเครือซิเมนต์ไทย
  เพื่อใช้ประกอบกลยุทธ์ธุรกิจ วันหนึ่งเขาโทรศัพท์ถามคุณรุ่งโรจน์ว่า ทำไมวันนี้หุ้นขึ้นเยอะ
	คุณรุ่งโรจน์ตอบ
	&#34;ไม่ทราบครับ เดี๋ยวจะหาข้อมูลมาให้&#34;
	คุณชุมพลสวนทันที
	&#34;ไม่ได้นะ เราทำงานตรงนี้ คนเขาจะถามเราได้ตลอดเวลา
  เราต้องพร้อม&#34;
	แต่นอกเหนือจากที่ต้องเกี่ยวข้องแล้ว ชะตาชีวิตหุ้นตัวอื่นๆ
  เป็นอย่างไร คุณชุมพลไม่เคยสน ทั้งที่สถานะของเขาเอื้อเหลือเกินกับการแสวงหาประโยชน์ในทางมิชอบ
  อย่างข้อมูล insider
	ลูกน้องเล่าว่า เคยมีคนถามคุณชุมพล หุ้นตัวนั้นตัวนี้เป็นอย่างไร
  ดีไหม [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คอลัมน์ ชีวิตหนึ่งซึ่งเรียบง่าย<br />
  โดย บินหลา สันกาลาคีรี </font></p>
	<p>&nbsp;</p>
	<p><font face="MS Sans Serif">
<p><font color="#0099FF" size="2" face="MS Sans Serif">ของสะสม</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ขนาดอสังหาริมทรัพย์มองเห็นกำไรเหนาะๆ ยังไม่ยอมสะสม<br />
  ถ้าอย่างนั้นคุณชุมพลสะสมอะไร ?</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แก้วแหวนเงินทอง, เพชรนิลจินดา, หุ้น ฯลฯ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เกือบทั้งหมดไม่เพียงของนอกกาย แต่ยังนอกความคิดด้วย<br />
  สำหรับหุ้น คุณชุมพลซื้อเก็บไว้ในส่วนบลูชิพเพื่อเงินปันผล เป็นการลงทุนระยะยาว<br />
  เขาไม่ชอบความร่ำรวยจากการ &quot;เล่นหุ้น&quot; แบบที่ผู้คนระเริงกัน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;เงินเล่นหุ้น เป็น nonproductive wealth<br />
  ไม่สร้างสรรค์ ไม่ก่อให้เกิดผลผลิต ไม่ก่อให้เกิดการสร้างงาน ไม่สร้างความเจริญให้เศรษฐกิจ&quot;<br />
  คือความเห็นของเขา</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">โดยสถานะตำแหน่ง คุณชุมพลจำต้องติดตามราคาหุ้นบางตัวที่ข้องเกี่ยวกับเครือซิเมนต์ไทย<br />
  เพื่อใช้ประกอบกลยุทธ์ธุรกิจ วันหนึ่งเขาโทรศัพท์ถามคุณรุ่งโรจน์ว่า ทำไมวันนี้หุ้นขึ้นเยอะ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คุณรุ่งโรจน์ตอบ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ไม่ทราบครับ เดี๋ยวจะหาข้อมูลมาให้&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คุณชุมพลสวนทันที</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ไม่ได้นะ เราทำงานตรงนี้ คนเขาจะถามเราได้ตลอดเวลา<br />
  เราต้องพร้อม&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แต่นอกเหนือจากที่ต้องเกี่ยวข้องแล้ว ชะตาชีวิตหุ้นตัวอื่นๆ<br />
  เป็นอย่างไร คุณชุมพลไม่เคยสน ทั้งที่สถานะของเขาเอื้อเหลือเกินกับการแสวงหาประโยชน์ในทางมิชอบ<br />
  อย่างข้อมูล insider</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ลูกน้องเล่าว่า เคยมีคนถามคุณชุมพล หุ้นตัวนั้นตัวนี้เป็นอย่างไร<br />
  ดีไหม ?</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ผมไม่รู้&quot; คือคำตอบ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;กจญ.ไม่รู้จริงๆ&quot; เสียงยืนยัน<br />
  &quot;เพื่อนฝูงหลายคน&quot; ตั้งข้อสังเกตว่า ท่านไม่อยากรู้ในเรื่องที่ &quot;เมาท์&quot;<br />
  กระจายจากแหล่งข่าวระดับสูง ท่านมักตัดบทว่า ไม่ต้องเล่า ผมไม่อยากรู้ ก็เพราะจะได้พูดด้วยความสุจริตใจสุดๆ<br />
  ว่าผมไม่รู้&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คุณวรพลเสริมว่า</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ถ้าคุณชุมพลคิดแสวงผลประโยชน์ ท่านก็คงรวยกว่านี้แล้ว<br />
  แต่ท่านซื่อสัตย์ และเป็นตัวอย่างด้านบรรษัทภิบาลที่ดี เราโชคดีที่มีผู้บริหารเช่นนี้<br />
  ไม่ใช่ว่าไม่เอาแล้วแสดงว่าโง่&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ความเห็นในประโยคต่อมา ควรแก่ความภูมิใจสำหรับบุคลากรทั้งเครือ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ก็อาจจะมีบ้างบางพวกที่เอา แต่ถือว่าน้อย<br />
  เครือมีการสั่งสม สั่งสอนจนเรื่องนี้ติดอยู่ในใจ ทำผิดจะรู้สึกไม่สบาย ใจเอง ที่นี่มีแต่ผู้บริหารมืออาชีพ<br />
  ไม่มีนอกมีในไม่ฉกฉวยหาผลประโยชน์จากหน้าที่ของตัวเอง&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ถึงบรรทัดนี้อาจมีบางคนถามอีกครั้งว่า ตกลง<br />
  แล้วคุณชุมพลสะสมอะไรกันแน่ คำตอบคือตอบไปแล้ว ของสะสมของเขาเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ด้วยมือ<br />
  มือที่ไม่รู้จักพอ</font></p>
	<p></font> </p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ง่าย-ยาก</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ทำงานด้วยกันมานานจนเกือบจะถึงวันอำลาแล้ว<br />
  ลูกน้องบางคนยังหาข้อสรุปไม่ได้ว่า ตกลงแล้วคุณชุมพลเป็นนายที่</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ง่าย&quot; แต่ &quot;ยาก&quot; หรือว่า<br />
  &quot;ยาก&quot; แต่ &quot;ง่าย&quot; กันแน่</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ง่าย&quot; เพราะอย่างที่เห็นๆ อยู่<br />
  นายไม่มีฟอร์ม ไม่ชอบมีผู้ติดตาม ใส่เสื้อผ้าไม่สนยี่ห้อ นุ่งยีน รองเท้าแตะ อยากตัดผมก็เดินไปตัดใกล้ๆ<br />
  คอนโดฯ หิวก็เข้าร้านก๋วยเตี๋ยว เวลาเดินทางไปต่างประเทศก็ดูแลตัวเอง แม้แต่กระเป๋าก็หิ้วเอง<br />
  แถมตัวเล็กแค่นี้ยังเดินเร็ว แซงหน้าคนอื่นเขาเสียด้วย</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แต่นั่นแหละ มองอีกมุมก็ &quot;ยาก&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;เต้นระบำบนแผ่นสังกะสีร้อนๆ ยังเหนื่อยน้อยกว่าทำงานให้<br />
  กจญ.&quot; หลายคนรำพึง</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ทำงานกับท่านยากมากกว่าง่าย ท่านไม่พูดไม่แนะว่าควรทำอย่างนั้นอย่างนี้<br />
  เพราะต้องการให้เราคิดเป็น บางทีเราหาทางออกไว้แล้วตั้ง 3-4 ทาง ท่านยังเห็นทางที่<br />
  5-6-7 ไปอีก&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">บทสรุปของการทำงานก็คือ คุณชุมพลชอบระบบเปิด-ปิดความคิด<br />
  ชอบระดมสมอง</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ซึ่งก็ไม่แน่ว่าจะได้ผลทุกครั้ง</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ในที่ประชุม ส่วนใหญ่พวกเราจะไม่กล้าพูด<br />
  เพราะกลัวจะปล่อยขี้เท่อ&quot; พนักงานคนหนึ่งให้ข้อมูล และว่า &quot;คุณชุมพลบางครั้งก็ว้าเหว่<br />
  ไม่มีใครกล้าโต้ กล้าเถียง&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ภายใต้บรรยากาศชวนอึดอัดที่มีคุณชุมพลเคร่งขรึมหัวโต๊ะ<br />
  ลูกน้องแต่ละคนหนีการสบตาสุดชีวิต บางคนปลุกพระ เอ๊ย ปลุกใจสู้ ด้วยการคิดถึงบางเรื่อง</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">บางเรื่องที่คุณฉายศักดิ์ &quot;ขาย&quot;<br />
  ให้ฟัง</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">งานนั้นคุณฉายศักดิ์เดินทางไปญี่ปุ่นพร้อมกับคุณชุมพล<br />
  หลังจากเข้าห้องพัก เขาก็เดินมาเคาะห้องของนายหวังชวนลงไปรับประทานอาหาร</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">หากภาพที่เห็น คุณฉายศักดิ์ตะลึง&#8230;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คุณชุมพลคลาน 4 ขาอยู่กลางห้อง</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;อย่าเพิ่งเข้ามานะ เสียงสั่งโดยไม่เงยหน้ามอง<br />
  มือก็ควานพื้นอย่างจริงจัง ราวกำลังฝึกไสยศาสตร์ มิฉะนั้นก็กำลังโดนผีบากุอำ&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;กจญ.ทำอะไรหรือครับ&quot; คุณฉายศักดิ์ชักกลัวตงิดๆ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ผมกำลังหาคอนแท็กต์เลนส์&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คนเล่าไม่ได้ขยายความด้วยว่าตัวเองวิ่งกลับห้องไปหัวเราะหรือเปล่า<br />
  แต่คนที่ได้ยินเรื่องผีคอนแท็กต์เลนส์ อมยิ้มกันทั่วหน้า</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ก็มีแต่นึกภาพคุณชุมพลคลานวนเวียนบนพื้นนั่นแหละ<br />
  ที่ช่วยปลุกปลอบ ขจัดความกลัวไปได้ รู้สึกอุ่นใจขึ้นนิดว่า จริงแล้วการแสดงความคิดเห็นให้นายที่<br />
  &quot;ง่ายๆ&quot; คนนี้ฟังก็ไม่ใช่เรื่อง &quot;ยาก&quot; เกินความสามารถหรอกน่า</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ปัญหา&quot; กับ &quot;ปัญญา&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เมื่อทำใจกล้าได้แล้ว ก็ถึงเวลาที่จะเผชิญหน้า<br />
  กจญ.เสียที</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">นอกเหนือจากในห้องประชุม การเผชิญหน้าอีกแบบหนึ่ง<br />
  คือการขอเข้าพบที่ห้องทำงาน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">การเข้าพบไม่ใช่เรื่องยาก ที่ยากกว่าคือการ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เตรียมตัวเข้าพบ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เยื้องหลังโต๊ะทำงานของคุณชุมพล บนตู้เก็บเอกสาร<br />
  มีแผ่นป้ายทองเหลืองแผ่นหนึ่งจารตัวอักษรเป็นภาษาอังกฤษ ความว่า</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;Don&quot;t bring me problems, bring<br />
  me solutions.&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">บางคนบอกว่า นี่คือคาถา</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คาถาที่ชะงักปัญหาไว้แค่หน้าประตู</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ในการทำงานล้วนแต่เจอปัญหา แต่ใครไม่พึ่งพาตัวเอง<br />
  คิดด้วยตัวเองก่อน ไม่ใช่ลูกน้องที่ดีในสายตานายอย่างคุณชุมพล ทุกคนจึงต้องทำการบ้าน<br />
  ตีปัญหาให้แตก รวบรวมข้อมูล และหาทางออกให้เจอ ก่อนจะนำไปเสนอ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แต่ก็ไม่มีหลักประกันว่า เมื่อ &quot;solution&quot;<br />
  ไปถึงห้องชั้น 3 แล้ว มันจะไม่กลายเป็น &quot;problem&quot; อีกรอบ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">บ่อยครั้งที่การซักถามทำให้เห็นมุมปัญหาใหม่<br />
  เมื่อนั้นก็จะต้องนำกลับออกไป ทางออกกับปัญหาแปลงร่างกลับไปกลับมาหลายรอบจนกว่าจะได้ทางออกที่ดีกว่า<br />
  ดีขึ้นเรื่อยๆ และดีที่สุด กว่าจะถึงขั้นนี้ ใครที่มีเจตนาแอบแฝงซ่อนเร้น agenda<br />
  ทั้งหลายก็จะเปล่าเปลือย กระบวนท่าหลุดลุ่ยกระจุยกระจาย คงเหลือแต่เนื้อแท้</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">มองจากมุม &quot;คนนอก&quot; อย่างคุณหญิงชฎา<br />
  ท่านเล่าว่า ครั้งหนึ่งในการร่วมเดินทางไปทำ road show ที่ต่างประเทศ (ซึ่งทำด้วยกันหลายเมือง)<br />
  คุณชุมพลได้ขอบทพรีเซนเตชั่นจากลูกน้องมาดู ก่อนจะลงมือแก้ใหม่</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;พอเวลาที่คนในทีมพูดซ้ำ พูดผิด ก็จะฟังและจดสถิติให้ตลอด<br />
  ทำให้ลูกทีมเสียสมาธิเป็นอันมาก&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แต่ในอีกมุมหนึ่ง การทำเช่นนี้ทำให้โรดโชว์ในเมืองที่สองดีกว่าเมืองแรก<br />
  และดีขึ้นเรื่อยๆ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คนที่ solution ไม่แน่น หวนนึกถึง &quot;ห้องแห่งปัญญา&quot;<br />
  ที่บริษัททีไร ใจคอจะกล้าคง problem ไว้เหมือนเดิมก็ให้มันรู้ไป <br />
  </font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">วันที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2549<br />
  </font><font size="2" face="MS Sans Serif">ปีที่ 29 ฉบับที่ 3785 (2985)</font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.julluj.com/?feed=rss2&amp;p=102</wfw:commentRSS>
	</item>
		<item>
		<title>ชุมพล “คน ทำ มะ ดา” ตอนที่ 15</title>
		<link>http://www.julluj.com/?p=101</link>
		<comments>http://www.julluj.com/?p=101#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 20 Apr 2006 11:50:22 +0000</pubDate>
		<dc:creator>julluj</dc:creator>
		
	<category>อ่านเจอมาชอบ</category>
		<guid>http://www.julluj.com/?p=101</guid>
		<description><![CDATA[	  คอลัมน์ ชีวิตหนึ่งซึ่งเรียบง่าย
  โดย บินหลา สันกาลาคีรี 
	บ่ม
	คุณชุมพลก็เช่นเดียวกับนักธุรกิจหลายคนที่ชอบดื่มไวน์
  ลึกซึ้งและเข้าถึงไวน์ แต่หลายคนนั้นคงไม่มีใครคิดบ่มไวน์โดยไม่ได้ตั้งโรงงานเป็นแน่
	เหตุเกิดในงานชิมไวน์
	คุณชุมพลไปตามคำเชิญ บนโต๊ะมีแก้วเรียงหลายใบ
  เวลาชิมก็พิถีพิถันแยกแก้วไวน์แต่ละชนิด ซึ่งมีทั้งรสเข้มบ้าง อ่อนบ้าง ดีบ้าง
  ไม่ดีบ้าง ตามอายุการบ่มและชนิดองุ่น แขกทุกคนก็เดินชิมแล้วมีความเห็นต่างๆ กันไป
	ไปได้สักครู่ คุณชุมพลก็เอาไวน์จากแก้วหนึ่งผสมกับอีกแก้ว
  แกว่งไปมา แล้วส่งให้เพื่อน
	&#34;อืมม์ อร่อย&#34; เพื่อนบอกเมื่อเมรัยแตะลิ้น
  &#34;อร่อยกว่าเยอะเลย&#34;
	บาร์เทนเดอร์ช่างคิดยิ้มชอบใจ
	เหตุผลง่ายๆ คือเอาไวน์ที่รสเข้มกินมาผสมกับที่รสอ่อนเกิน
	&#34;ไม่งั้นต้องนานหลาย 10 ปีกว่าจะได้ที่
  เผลอๆ ตายไปก่อนก็ไม่ได้กิน&#34; คุณชุมพลสำทับ
	พูดถึงไวน์
	คุณสบสันติ์ก็มีประสบการณ์ที่เก็บไว้นานแล้ว
  ถ้าเป็นไวน์ก็จัดว่าบ่มได้ที่
	&#34;ในช่วงปี 2530 เป็นต้นมา ผมเดินทางไปฝรั่งเศสกับ
  กจญ.บ่อยๆ ทุกครั้งที่ไปงานเลี้ยง ผมสังเกตว่า กจญ.จะสั่งไวน์แดงเบอร์กันดี ทั้งที่ปกติท่านดื่มไวน์แดงบอร์โดซ์
  ในที่สุดผมอดใจไม่ได้เลยถามเหตุผลที่เปลี่ยน&#34;
	คำตอบคือ ไวน์บอร์โดซ์ที่เมืองไทยหาไม่ยาก
	แต่เบอร์กันดีดีๆ หาไม่ค่อยได้นอกฝรั่งเศส
  เมื่อมาถึงถิ่นต้องดื่มที่หายาก
	&#34;ผมเลยนำความคิดนี้ไปประยุกต์ใช้กับเรื่องอาหารด้วย&#34;
 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[	<p>  <font size="2" face="MS Sans Serif">คอลัมน์ ชีวิตหนึ่งซึ่งเรียบง่าย<br />
  โดย บินหลา สันกาลาคีรี </font></p>
	<p><font color="#0099FF" size="2" face="MS Sans Serif">บ่ม</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คุณชุมพลก็เช่นเดียวกับนักธุรกิจหลายคนที่ชอบดื่มไวน์<br />
  ลึกซึ้งและเข้าถึงไวน์ แต่หลายคนนั้นคงไม่มีใครคิดบ่มไวน์โดยไม่ได้ตั้งโรงงานเป็นแน่</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เหตุเกิดในงานชิมไวน์</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คุณชุมพลไปตามคำเชิญ บนโต๊ะมีแก้วเรียงหลายใบ<br />
  เวลาชิมก็พิถีพิถันแยกแก้วไวน์แต่ละชนิด ซึ่งมีทั้งรสเข้มบ้าง อ่อนบ้าง ดีบ้าง<br />
  ไม่ดีบ้าง ตามอายุการบ่มและชนิดองุ่น แขกทุกคนก็เดินชิมแล้วมีความเห็นต่างๆ กันไป</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ไปได้สักครู่ คุณชุมพลก็เอาไวน์จากแก้วหนึ่งผสมกับอีกแก้ว<br />
  แกว่งไปมา แล้วส่งให้เพื่อน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;อืมม์ อร่อย&quot; เพื่อนบอกเมื่อเมรัยแตะลิ้น<br />
  &quot;อร่อยกว่าเยอะเลย&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">บาร์เทนเดอร์ช่างคิดยิ้มชอบใจ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เหตุผลง่ายๆ คือเอาไวน์ที่รสเข้มกินมาผสมกับที่รสอ่อนเกิน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ไม่งั้นต้องนานหลาย 10 ปีกว่าจะได้ที่<br />
  เผลอๆ ตายไปก่อนก็ไม่ได้กิน&quot; คุณชุมพลสำทับ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">พูดถึงไวน์</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คุณสบสันติ์ก็มีประสบการณ์ที่เก็บไว้นานแล้ว<br />
  ถ้าเป็นไวน์ก็จัดว่าบ่มได้ที่</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ในช่วงปี 2530 เป็นต้นมา ผมเดินทางไปฝรั่งเศสกับ<br />
  กจญ.บ่อยๆ ทุกครั้งที่ไปงานเลี้ยง ผมสังเกตว่า กจญ.จะสั่งไวน์แดงเบอร์กันดี ทั้งที่ปกติท่านดื่มไวน์แดงบอร์โดซ์<br />
  ในที่สุดผมอดใจไม่ได้เลยถามเหตุผลที่เปลี่ยน&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คำตอบคือ ไวน์บอร์โดซ์ที่เมืองไทยหาไม่ยาก</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แต่เบอร์กันดีดีๆ หาไม่ค่อยได้นอกฝรั่งเศส<br />
  เมื่อมาถึงถิ่นต้องดื่มที่หายาก</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ผมเลยนำความคิดนี้ไปประยุกต์ใช้กับเรื่องอาหารด้วย&quot;<br />
  คุณสบสันติ์สรุปอย่างผู้มีดวงตาเห็นธรรม</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ฟังเรื่องไวน์แล้ว บางคนอดไม่ได้ที่จะคิดถึงการขึ้นสู่ตำแหน่ง<br />
  กจญ.ของคุณชุมพลก็ดี ของคุณกานต์ที่กำลังจะเกิดขึ้นก็ดี ถ้าเป็นในองค์กรอนุรักษ์หัวโบราณ<br />
  โดยอายุอานาม 2 ท่านคงไม่แคล้วถูกค่อนว่าเป็นไวน์รสอ่อน ยังบ่มไม่ได้ที่ หาคิดไม่ว่ามีหลายวิธีที่จะแต่งปรุงโดยย่นระยะเวลา</font></p>
	<p><font color="#0099FF" size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ไม่งั้นต้องรอนานกว่าจะได้ที่<br />
  เผลอๆ ตายไปก่อนก็ไม่ได้กิน&quot;</font><font size="2" face="MS Sans Serif"><br />
  ประโยคที่คุณชุมพลพูดไว้ ลองคิดอีกที ไม่ทราบว่าเป็นเรื่อง &quot;ไวน์&quot; หรือเรื่อง<br />
  &quot;วัย&quot; ของคน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คนมีหน้าที่ปรุงไวน์บ่มไวน์ แต่ประสบการณ์ทางความคิดของคุณสบสันติ์ก็ทำให้เราเรียนรู้ว่า<br />
  บางครั้งไวน์ก็ไม่รังเกียจที่จะช่วยบ่มคน<br />
  </font></p>
	<p>&nbsp;</p>
	<p><font color="#0099FF" size="2" face="MS Sans Serif">คนกับบ้าน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ตัวอย่างที่เห็นภาพชัดสำหรับวิถีชีวิต&quot;พอเพียง&quot;<br />
  ตามแนวทางพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว คือรูปแบบชีวิตของคุณชุมพล</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ทั้งเพื่อนผองและลูกน้องรู้ว่า คนคนนี้ไม่เคยทำอะไรที่เกินตัว</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">จริงๆ แล้วต้องเรียกว่าน้อยกว่าตัวด้วยซ้ำ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เคยเกริ่นเล่าแล้ว เรื่องการย้ายบ้านด้วยรถกุดัง<br />
  5 คัน เอ๊ย ไม่ใช่ ด้วยกล่องกระดาษแค่ 5 ใบ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">โดยฐานะการเงิน โดยตำแหน่ง &quot;เถ้าแก่โรงปูน&quot;<br />
  คงไม่มีใครสงสัยว่าคุณชุมพลหาซื้อปูนไม่ได้จึงไม่ยอมสร้างบ้านอยู่ ความจริงคุณชุมพลมีบ้านหลังใหญ่ในซอยสายลม<br />
  มีสนามหญ้า สระว่ายน้ำ แล้ววันหนึ่งเมื่อ 10 ปีที่แล้ว กล่องลูกฟูก 5 ใบก็เก็บสมบัติทั้งหมดในนั้นได้พอดิบพอดี</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ทุกวันนี้คุณชุมพลอยู่คอนโดมิเนียมแถวเพลินจิต<br />
  1 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ มีแม่บ้านไปเช้าเย็นกลับ ไม่มีสนามหญ้า ไม่มีบริเวณ และไม่มีสระว่ายน้ำ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ครั้งหนึ่ง นักข่าวของหนังสือพิมพ์ผู้จัดการเคยถามเขา</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;คุณชุมพลมีอสังหาริมทรัพย์อะไรบ้าง<br />
  หรือมีบ้านชายทะเล ?&quot; เขาตอบ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ความเห็นส่วนตัวของผม การมีบ้านอีกหลังเป็นภาระ<br />
  ผมเห็นเพื่อนๆ ที่เขามี ต้องไปเช็ก ต้องไปดู เดี๋ยวเสีย เดี๋ยวคนสวน แม่บ้านลาออก<br />
  ไม่มีใครดู ผมมีบ้าน แต่ผมไม่อยู่บ้าน ผมอยู่คอนโดมิเนียม&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;คือไม่นิยมที่จะมีทรัพย์สินแบบนี้&quot;<br />
  นักข่าวซัก</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ผมคิดว่าโดยทั่วไปของคน เป็นครั้งเป็นคราวก็คิดอยากมีบ้าง<br />
  แต่เรามีเวลาไปดูแลหรือเปล่า แล้วปีหนึ่งจะไปได้กี่ครั้ง เพื่อนๆ ผมเยอะมาก มีบ้านที่ภูเก็ต<br />
  เชียงใหม่ เขาใหญ่ เมืองกาญจน์ เต็มไปหมด ส่วนใหญ่ก็ต้องมาอ้อนวอนบอกชุมพลให้ไปอยู่หน่อยสิ<br />
  ผมจะไปเสาร์นี้ไปด้วยได้ไหม นี่ก็เป็นนิสัยของคนไทยส่วนใหญ่ เวลาจะไปไม่ค่อยอยากไปคนเดียว<br />
  ต้องเอาเพื่อนไปด้วย</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ฝรั่งเขาจะมีบ้านชายหาด เสาร์อาทิตย์ก็ไปกันแค่ผัวเมีย<br />
  2 คน แล้วอยู่ 3 วัน แต่คนไทยสามีก็เอาเพื่อนไปด้วย เดี๋ยวไม่สนุก เมียก็ต้องเอาเพื่อนไปด้วย<br />
  เพราะไม่สนุก กลายเป็นไปแล้วไม่ได้พักผ่อน ใครเป็นเจ้าของบ้านเหนื่อยตายเลย&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">นี่คือ &quot;บ้าน&quot; ในความเห็นของเขา</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">นี่คือ &quot;บ้าน&quot; - ความฝันของผู้คน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เพียงแต่บางคนไม่เคยเข้าใจว่าบ้านมีไว้อาศัย<br />
  กลับแบกไว้เหนือหัว </font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.julluj.com/?feed=rss2&amp;p=101</wfw:commentRSS>
	</item>
		<item>
		<title>ชุมพล “คน ทำ มะ ดา” ตอนที่ 14</title>
		<link>http://www.julluj.com/?p=96</link>
		<comments>http://www.julluj.com/?p=96#comments</comments>
		<pubDate>Fri, 07 Apr 2006 05:30:54 +0000</pubDate>
		<dc:creator>julluj</dc:creator>
		
	<category>อ่านเจอมาชอบ</category>
		<guid>http://www.julluj.com/?p=96</guid>
		<description><![CDATA[	 คอลัมน์ ชีวิตหนึ่งซึ่งเรียบง่าย
  โดย บินหลา สันกาลาคีรี 
	
  บทเรียนระหว่างมื้อ
	คุณชุมพลชอบทานอาหารอร่อย แต่ไม่จำเป็นต้องร้านหรูหรา
	อย่างที่เล่าไปแล้วว่า ต่อให้เป็น fusion
  food ระดับนิวสวีกแนะนำ กจญ.คนนี้ก็เมิน
	คุณรุ่งโรจน์เล่าว่า สมัยเรียนฮาร์วาร์ด
  (คุณชุมพลไปเข้าคอร์ส 3 เดือนอยู่ตอนนั้น) นานครั้งจะได้กินอาหารไทย เว้นแต่คุณชุมพลจะชวนไป
  ครั้งแรกๆ คุณรุ่งโรจน์จะสั่งหลายๆ อย่างให้สมกับความอยาก
	&#34;กจญ.เปรยว่าสั่งเยอะจริง แต่ก็ไม่ว่าอะไร
  คงเข้าใจ&#34;
	มื้อหลังๆ จึงลดความหลากของอาหารลงมา แต่ไม่ว่ามื้อไหนก็ต้องมีไข่เจียว
	ถามว่าคุณชุมพลโปรดปรานไข่เจียวเป็นพิเศษหรือ
  ?
	คำตอบคือเปล่า
	หากแต่ไข่เจียวคือความหมายของรีเสิร์ฟ เป็นของตายสำหรับสำรอง
  เอาไว้รับประกันว่าบนโต๊ะอาหารมื้อนั้นจะลองสั่งไอ้ที่แปลกแปร่ง ไม่เคยลองลิ้มบ้างก็ได้
  ด้วยแม้จะพลาดพลั้งยังไงก็มีอยู่ 1 จาน ที่ลิ้นรับได้ ไม่ปฏิเสธ
	มองให้ดี นี่จึงไม่ใช่แค่การกินอาหาร แต่เป็นการเรียนรู้
	ลูกน้องหลายคนที่ร่วมโต๊ะกับคุณชุมพลบ่อยมื้อ
  โดยเฉพาะร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อราชวัตร เป็นร้านคูหาเดียว คนแน่นล้นถึงฟุตบาท ต้องกะเวลาไปให้ดีจึงจะมีที่นั่ง
  คุณชุมพลชอบ &#34;ใหญ่-ชิ้น-สด-น้ำ&#34; [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[	<p> <font size="2" face="MS Sans Serif">คอลัมน์ ชีวิตหนึ่งซึ่งเรียบง่าย<br />
  โดย บินหลา สันกาลาคีรี </font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif"><br />
  </font><font color="#0099FF"><strong>บทเรียนระหว่างมื้อ</strong></font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คุณชุมพลชอบทานอาหารอร่อย แต่ไม่จำเป็นต้องร้านหรูหรา</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">อย่างที่เล่าไปแล้วว่า ต่อให้เป็น fusion<br />
  food ระดับนิวสวีกแนะนำ กจญ.คนนี้ก็เมิน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คุณรุ่งโรจน์เล่าว่า สมัยเรียนฮาร์วาร์ด<br />
  (คุณชุมพลไปเข้าคอร์ส 3 เดือนอยู่ตอนนั้น) นานครั้งจะได้กินอาหารไทย เว้นแต่คุณชุมพลจะชวนไป<br />
  ครั้งแรกๆ คุณรุ่งโรจน์จะสั่งหลายๆ อย่างให้สมกับความอยาก</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;กจญ.เปรยว่าสั่งเยอะจริง แต่ก็ไม่ว่าอะไร<br />
  คงเข้าใจ&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">มื้อหลังๆ จึงลดความหลากของอาหารลงมา แต่ไม่ว่ามื้อไหนก็ต้องมีไข่เจียว</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ถามว่าคุณชุมพลโปรดปรานไข่เจียวเป็นพิเศษหรือ<br />
  ?</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คำตอบคือเปล่า</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">หากแต่ไข่เจียวคือความหมายของรีเสิร์ฟ เป็นของตายสำหรับสำรอง<br />
  เอาไว้รับประกันว่าบนโต๊ะอาหารมื้อนั้นจะลองสั่งไอ้ที่แปลกแปร่ง ไม่เคยลองลิ้มบ้างก็ได้<br />
  ด้วยแม้จะพลาดพลั้งยังไงก็มีอยู่ 1 จาน ที่ลิ้นรับได้ ไม่ปฏิเสธ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">มองให้ดี นี่จึงไม่ใช่แค่การกินอาหาร แต่เป็นการเรียนรู้</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ลูกน้องหลายคนที่ร่วมโต๊ะกับคุณชุมพลบ่อยมื้อ<br />
  โดยเฉพาะร้านก๋วยเตี๋ยวเนื้อราชวัตร เป็นร้านคูหาเดียว คนแน่นล้นถึงฟุตบาท ต้องกะเวลาไปให้ดีจึงจะมีที่นั่ง<br />
  คุณชุมพลชอบ &quot;ใหญ่-ชิ้น-สด-น้ำ&quot; ของร้านนี้มาก บางครั้งจะสั่งใส่ถุงหิ้วไปคอนโดฯ<br />
  ด้วย</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">บางวันที่กะเวลาพลาด ฟุ้งกลิ่นหอมของน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว<br />
  แต่ไม่มีที่นั่ง ลูกน้องก็เกรงใจว่าระดับนายต้องยืนรอ ชวนเปลี่ยนร้าน แต่ไม่ทันแล้ว<br />
  คุณชุมพลเดินไปซื้อกล้วยแขกถุงเล็กปักหลักรองท้องอย่างแน่วแน่ เด็ดเดี่ยว</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">อีกร้านโปรดของคุณชุมพล คือข้าวมันไก่ตรงสี่แยกพิชัย<br />
  ติดปั๊มเชลล์</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ท่านชอบอยู่ร้านเดียว ร้านอื่นไม่กิน<br />
  บอกว่าไก่แข็งไป เนื้อไม่นิ่ม น่าเสียดายที่ตอนนี้เลิกขายไปแล้ว เลยไม่รู้จะกินที่ไหน<br />
  ชวนไปกินอย่างอื่นเช่นเย็นตาโฟหรือก๋วยเตี๋ยวเป็ด ท่านก็เฉยๆ ท่านชอบกินอาหารจานเดียว<br />
  กินก๋วยเตี๋ยว แต่ไม่ชอบเย็นตาโฟ&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ท่านเป็นคนกินเร็วมาก เราก็ต้องเร็ว<br />
  ไม่งั้นจะอดจานที่สอง เพราะบางทีท่านกินจานสองเสร็จ เรายังไม่หมดจานแรกเลย พอท่านอิ่ม<br />
  ท่านก็ไม่เร่ง แต่จะนั่งมอง แล้วอย่างนี้ใครจะกล้าเบิล&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ลูกน้องโอดอุทธรณ์อย่างน่าเห็นใจจนแทบได้ยินเสียงท้องร้อง<br />
  </font></p>
	<p>
</p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.julluj.com/?feed=rss2&amp;p=96</wfw:commentRSS>
	</item>
		<item>
		<title>ชุมพล &#8220;คน ทำ มะ ดา&#8221; ตอนที่ 13</title>
		<link>http://www.julluj.com/?p=92</link>
		<comments>http://www.julluj.com/?p=92#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 30 Mar 2006 05:52:36 +0000</pubDate>
		<dc:creator>julluj</dc:creator>
		
	<category>อ่านเจอมาชอบ</category>
		<guid>http://www.julluj.com/?p=92</guid>
		<description><![CDATA[	ชุมพล &#34;คน ทำ มะ ดา&#34; 
	
	ตอนที่ 13
	
	คอลัมน์ ชีวิตหนึ่งซึ่งเรียบง่าย
  โดย บินหลา สันกาลาคีรี 
	
  นินจาในวงล้อม 
	ในแวดวงเพื่อนฝูง คุณชุมพลเป็นที่ต้องการตัวเสมอ
	เพราะเป็นคนพูดน้อย เพื่อนชอบที่ไม่ค่อยขัดคอ
  ใช่ไหม ?
	คำตอบคือไม่ใช่
	ดร.จิรายุกล่าวถึงคุณชุมพลว่า &#34;มีไหวพริบ
  มีวิจารณญาณในการตอบโต้และแก้ปัญหา&#34;
	ความเห็นนี้คุณศิรินทร์ นิมมานเหมินท์ เห็นด้วยเต็มที่
  พร้อมกับยกตัวอย่างว่า แรกที่คุณธารินทร์ พี่ชายเข้าเป็นบิ๊กแบงก์ไทยพาณิชย์นั้น
  คุณธารินทร์มักบ่นระบายด้วยความหนักอกว่า ทำไมปัญหาถึงได้ยุ่งเหยิงขนาดนี้ มีทั้งปล่อยเงินกู้ไม่มีคุณภาพ
  ปัญหาหนี้เสีย แก้ปมนี้ไปเจอปมนั้น แก้ปมนั้นไปพันปมโน้น
	เสียงถอนใจของคุณธารินทร์เฮือกใหญ่พอที่เพื่อนๆ
  จะหันมอง
	แล้วเสียงหนึ่งก็ดึงขึ้นเรียบๆ
	&#34;ก็เพราะปัญหานี่แหละ
  
  ลื้อถึงได้มาเป็นผู้จัดการใหญ่ไง&#34;
  คุณชุมพลพูดด้วยรอยยิ้ม
	เวลาที่นัดหมายสมาคมกันในหมู่เพื่อน เป็นไปได้มากที่สุดคือเวลาอาหารค่ำ
  คุณชุมพลเป็นคนตรงต่อเวลา มักไปถึงก่อนคนอื่นเสมอ เหตุผลอีกประการที่สำคัญคือ ต้องไปจองที่นั่ง
  คุณชุมพลพอจะดื่มบ้าง แต่ไม่สูบบุหรี่ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[	<p><font color="#0066FF" size="2" face="MS Sans Serif">ชุมพล &quot;คน ทำ มะ ดา&quot; </font></p>
	</p>
	<p><font color="#0066FF" size="2" face="MS Sans Serif">ตอนที่ 13</font></p>
	</p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คอลัมน์ ชีวิตหนึ่งซึ่งเรียบง่าย<br />
  โดย บินหลา สันกาลาคีรี </font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif"><br />
  </font><font color="#0066FF">นินจาในวงล้อม </font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ในแวดวงเพื่อนฝูง คุณชุมพลเป็นที่ต้องการตัวเสมอ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เพราะเป็นคนพูดน้อย เพื่อนชอบที่ไม่ค่อยขัดคอ<br />
  ใช่ไหม ?</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คำตอบคือไม่ใช่</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ดร.จิรายุกล่าวถึงคุณชุมพลว่า &quot;มีไหวพริบ<br />
  มีวิจารณญาณในการตอบโต้และแก้ปัญหา&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ความเห็นนี้คุณศิรินทร์ นิมมานเหมินท์ เห็นด้วยเต็มที่<br />
  พร้อมกับยกตัวอย่างว่า แรกที่คุณธารินทร์ พี่ชายเข้าเป็นบิ๊กแบงก์ไทยพาณิชย์นั้น<br />
  คุณธารินทร์มักบ่นระบายด้วยความหนักอกว่า ทำไมปัญหาถึงได้ยุ่งเหยิงขนาดนี้ มีทั้งปล่อยเงินกู้ไม่มีคุณภาพ<br />
  ปัญหาหนี้เสีย แก้ปมนี้ไปเจอปมนั้น แก้ปมนั้นไปพันปมโน้น</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เสียงถอนใจของคุณธารินทร์เฮือกใหญ่พอที่เพื่อนๆ<br />
  จะหันมอง</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แล้วเสียงหนึ่งก็ดึงขึ้นเรียบๆ</font></p>
	<p><font color="#FF0000" size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ก็เพราะปัญหานี่แหละ<br />
  <br />
  ลื้อถึงได้มาเป็นผู้จัดการใหญ่ไง&quot;</font><font size="2" face="MS Sans Serif"><br />
  คุณชุมพลพูดด้วยรอยยิ้ม</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เวลาที่นัดหมายสมาคมกันในหมู่เพื่อน เป็นไปได้มากที่สุดคือเวลาอาหารค่ำ<br />
  คุณชุมพลเป็นคนตรงต่อเวลา มักไปถึงก่อนคนอื่นเสมอ เหตุผลอีกประการที่สำคัญคือ ต้องไปจองที่นั่ง<br />
  คุณชุมพลพอจะดื่มบ้าง แต่ไม่สูบบุหรี่ พื้นที่จับจองคือเขตห่างไกลกลุ่มโรงสีพ่นควัน<br />
  ไม่นานคนอื่นๆ ก็จะทยอยมา เสียงสนทนาดังขึ้น คุณชุมพลจะเป็นคนที่ฟังมากกว่าพูด<br />
  ใครพูดมากก็ไม่ขัดคอ แต่เมื่อใครถามความเห็น คำตอบที่ได้รับมักจะเฉียบเสมอ หลังมื้ออาหารก็เป็นกาแฟ<br />
  เข้ากันได้ดีเหลือหลายกับซิการ์ของเพื่อนฝูง จากนั้นการถกปัญหาก็ออกรสยิ่งขึ้น<br />
  ขยายวงปัญหาจากที่นัดหมายกันมาสู่วงปัญหาของประเทศชาติ คุณชุมพลซึ่งเมื่อเริ่มมื้อยังสดชื่นดี<br />
  บัดนี้มีปฏิกิริยาหน่อยๆ ขยับเก้าอี้ห่างซิการ์อีกนิด พลิกข้อมือดูนาฬิกาบ่อยขึ้น<br />
  เมื่อคะเนว่าเพื่อนๆ มีทีท่าจะลากยาวแน่แล้ว เขาก็ลุกประกาศอย่างเด็ดเดี่ยว ขอกลับบ้านไปนอน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แน่นอนว่าทุกคนต้องร้องค้าน ประมาณว่ายังไม่จบเรื่องที่ต้องถกและขอความเห็นคุณชุมพล</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ไม่ใช่คนขัดใจเพื่อน เขานั่งลงอย่างว่าง่าย<br />
  แต่ก็</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เงียบขรึมเช่นเดิม</font></p>
	<p>&nbsp;</p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">สักพักหนึ่ง ใครบางคนในกลุ่มอาจเป็นคนแรกที่รู้สึกตัว<br />
  เพื่อนช่วยๆ กันแหวกม่านควันซิการ์ออกเพื่อจะพบว่า คุณชุมพลหายตัวไปกับควันตั้งนานแล้ว</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">นี่แหละคนไม่ขัดใจเพื่อน</font></p>
	<p>&nbsp;</p>
	<p><font color="#0066FF" size="2" face="MS Sans Serif">เครดิตของอัศวิน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">การเข้าร่วมทุนกับมิชลิน ทำให้คุณชุมพลมีหนึ่งมื้ออาหารที่น่าจดจำ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">หลังจากที่เจรจา จนเซ็นสัญญาร่วมทุนกันได้สำเร็จ<br />
  กิจการของมิชลินในประเทศไทยก็เป็นไปอย่างดียิ่ง ทั้งผลิตยางรถยนต์ รถมอเตอร์ไซค์<br />
  และยางรถถีบเสือภูเขา ทั้งเครือซิเมนต์ไทย ก็ได้สนับสนุนกิจกรรมศิลปะและวัฒนธรรมของฝรั่งเศส<br />
  คุณชุมพลในฐานะผู้นำองค์กรจึงได้รับการยกย่องจากรัฐบาลฝรั่งเศส ได้บรรดาศักดิ์ชั้นอัศวิน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เครื่องยศเหรียญตราตำแหน่ง chevalier และ<br />
  officier จากประธานาธิบดีถูกส่งผ่านทางเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทยถึงคุณชุมพล</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ในงานเลี้ยงอย่างเป็นทางการและทรงเกียรติ<br />
  เป็นค่ำคืนที่มีความหมาย ทุกอย่างเป็นไปเรียบร้อยตามกำหนดการ ถ้าไม่นับข้อที่ว่า<br />
  เหรียญตราซึ่งท่านทูตได้บรรจงกลัดบนอกเสื้อของอัศวินนั้น ได้ทิ้งตัวดิ่งลงสู่ถ้วยซุปที่คุณชุมพลกำลังรับประทานด้วยความเอร็ดอร่อย</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ท่ามกลางคณาสายตาที่จ้องมองมา ผู้มองโลกแง่ดีท่านหนึ่งเอ่ยทำลายความเงียบขึ้นว่า<br />
  &quot;ซุปถ้วยนี้ ควรเรียกซุปอัศวิน ในฐานะที่ได้รับเหรียญด้วย&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">อีกมื้อหนึ่งที่คุณชุมพลต้องรับบทอัศวิน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">มื้อนี้ที่ลอนดอน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">การนัดหมาย ณ มหานครนั้น ท่านผู้เป็นเจ้าภาพยืนยันว่าย่อมไม่มีร้านไหนดีไปกว่าภัตตาคารเป็ดย่างชื่อดังแห่งโซโห</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ตรงตามเวลานัด เบนท์ลี่สีดำปลาบนำสุภาพบุรุษในสูทราคาระยับมาถึง<br />
  อาหารมื้อนั้นเป็นไปอย่างอร่อย ธุรกิจราบรื่น และเปี่ยมมารยาทผู้ดีอังกฤษ สิ้นมื้อ<br />
  เจ้าภาพเรียกบริกรมารับค่าบริการ ด้วยการยื่นยัตรเครดิตให้</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">35 ปอนด์เท่านั้น</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แต่ปัญหาอยู่ที่บริกร เขานอบน้อมแต่จริงจัง</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ขออภัย ร้านเราไม่รับบัตรเครดิตขอรับกระผม&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เป็นใครก็คงนึกถึงหัวใจ (และใบหน้าที่แตกเพล้ง)<br />
  ของท่านเจ้าภาพออก เพราะท่านผู้มากับเบนท์ลี่ไม่พกเงินสด</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif"> ในท่ามกลางความกระอักกระ อ่วน อัศวินไทยเอ่ยของโทษอย่างสุภาพและขอรับเป็นเจ้าภาพเอง</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">อัศวินไทยผู้พกเงินสดและอยู่เมืองไทย &quot;เฉยๆ&quot;<br />
  กับก๋วยเตี๋ยวเป็ด <br />
  </font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif"> วันที่ 30 มีนาคม พ.ศ. 2549 <br />
ปีที่ 29 ฉบับที่ 3779 (2979) </font> </p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.julluj.com/?feed=rss2&amp;p=92</wfw:commentRSS>
	</item>
		<item>
		<title>ชุมพล &#8220;คน ทำ มะ ดา&#8221; ตอนที่ 12</title>
		<link>http://www.julluj.com/?p=90</link>
		<comments>http://www.julluj.com/?p=90#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 23 Mar 2006 12:59:17 +0000</pubDate>
		<dc:creator>julluj</dc:creator>
		
	<category>อ่านเจอมาชอบ</category>
		<guid>http://www.julluj.com/?p=90</guid>
		<description><![CDATA[	ชุมพล &#34;คน ทำ มะ ดา&#34;

	
  ตอนที่ 12

	
  คอลัมน์ ชีวิตหนึ่งซึ่งเรียบง่าย
  โดย บินหลา สันกาลาคีรี 
	
  ยิ่งกว่า &#34;โฮลอินวัน&#34;
	เมื่อครั้งหนุ่มๆ กีฬาโปรดของคุณชุมพลคือสควอช
	สวอชต้องใช้พละกำลัง และอาศัยการคิดคำนวณตลอดเวลาคู่ต่อสู้เป็นคนอื่น
  แต่หลายครั้งกลับพบว่าเป็นตัวเอง
	คุณชุมพลต้องละกีฬาโปรดไป ไม่ใช่เพราะเล่นไม่เก่ง
  แต่เพราะเอาจริงเอาจังหักโหม ลืมตัวไม่ยอมแพ้ กระทั่งเอ็นร้อยหวายขาซ้ายขาด ต้องแขวนแร็กเกต
	เทนนิสกับสกีก็เป็น 2 ชนิดกีฬาที่คุณชุมพลเล่นและแม่นยำกติกาดี
  แต่สุดท้ายลานประลองฝีมือของเขาคือสนามกอล์ฟ
	&#34;ตอนนี้ผมเล่นกอล์ฟเป็นงานอดิเรก หลังจากเกษียณคงเป็นงานหลัก&#34;
  คุณชุมพลให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวพร้อมกับขยายความฝันให้ฟังว่า
	&#34;ผมกะจะไปอยู่แถวเชียงใหม่ เชียงรายสักเดือน
  ไปอยู่คนเดียว ไม่รู้ได้หรือเปล่า สงสัยต้องโทร.เรียกเพื่อนให้ขึ้นไปตีกอล์ฟ ไปอยู่ด้วย&#34;
	ก๊วนกอล์ฟของคุณชุมพลแบ่งคร่าวๆ ได้ 3 กลุ่มด้วยกัน
  กลุ่มแรกคือเพื่อนสนิท ตัวยืนประกอบด้วย คุณยศ เอื้อชูเกียรติ ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย
  คุณธารินทร์ นิมมานเหมินท์ [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[	<p><font color="#0066FF" size="2" face="MS Sans Serif">ชุมพล &quot;คน ทำ มะ ดา&quot;<br />
</font><font color="#0066FF"></font><font color="#0033FF"></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif"><br />
  </font><font color="#0066FF">ตอนที่ 12</font></p>
</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif"><br />
  คอลัมน์ ชีวิตหนึ่งซึ่งเรียบง่าย<br />
  โดย บินหลา สันกาลาคีรี </font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif"><br />
  </font><font color="#0066FF">ยิ่งกว่า &quot;โฮลอินวัน&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เมื่อครั้งหนุ่มๆ กีฬาโปรดของคุณชุมพลคือสควอช</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">สวอชต้องใช้พละกำลัง และอาศัยการคิดคำนวณตลอดเวลาคู่ต่อสู้เป็นคนอื่น<br />
  แต่หลายครั้งกลับพบว่าเป็นตัวเอง</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คุณชุมพลต้องละกีฬาโปรดไป ไม่ใช่เพราะเล่นไม่เก่ง<br />
  แต่เพราะเอาจริงเอาจังหักโหม ลืมตัวไม่ยอมแพ้ กระทั่งเอ็นร้อยหวายขาซ้ายขาด ต้องแขวนแร็กเกต</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เทนนิสกับสกีก็เป็น 2 ชนิดกีฬาที่คุณชุมพลเล่นและแม่นยำกติกาดี<br />
  แต่สุดท้ายลานประลองฝีมือของเขาคือสนามกอล์ฟ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ตอนนี้ผมเล่นกอล์ฟเป็นงานอดิเรก หลังจากเกษียณคงเป็นงานหลัก&quot;<br />
  คุณชุมพลให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวพร้อมกับขยายความฝันให้ฟังว่า</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ผมกะจะไปอยู่แถวเชียงใหม่ เชียงรายสักเดือน<br />
  ไปอยู่คนเดียว ไม่รู้ได้หรือเปล่า สงสัยต้องโทร.เรียกเพื่อนให้ขึ้นไปตีกอล์ฟ ไปอยู่ด้วย&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ก๊วนกอล์ฟของคุณชุมพลแบ่งคร่าวๆ ได้ 3 กลุ่มด้วยกัน<br />
  กลุ่มแรกคือเพื่อนสนิท ตัวยืนประกอบด้วย คุณยศ เอื้อชูเกียรติ ดร.วิชิต สุรพงษ์ชัย<br />
  คุณธารินทร์ นิมมานเหมินท์ ดร.สุเมธ ลิ่มอติบูลย์ ฯลฯ กลุ่ม 2 เป็นเพื่อนร่วมธุรกิจ<br />
  คือ นายธนาคาร และผู้บริหารบริษัทร่วมทุน (joint venture) ทั้งหลาย สำหรับกลุ่มสุดท้ายเป็นเพื่อนร่วมงาน<br />
  เพื่อสร้างสัมพันธ์ภายใน กลุ่มนี้จะมีคุณชลาลักษณ์ คุณดุสิต คุณอภิพร</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แน่นอนว่าในสนามกอล์ฟของคุณชุมพลมีแต่เพื่อน<br />
  ซึ่งต้องระวังตัวพิเศษในการเล่นกับเขาในช่วงวัยหนุ่ม แฮนดิแคปของชุมพล ณ ลำเลียง<br />
  เป็นซิงเกิลแฮนดิแคป (8) ทุกวันนี้ไถลลงตามวัย แต่ใครจะกล้าประมาทคนที่ประกาศจะเล่นกอล์ฟเป็นงานหลัก</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">มีเรื่องเกี่ยวกับกอล์ฟเรื่องหนึ่งที่ คุณศิววงศ์<br />
  จังคศิริ อดีตปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม จดจำไม่ลืมเลือน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">วันนั้นเป็นวันฟ้าใสแดดอุ่น ท่านปลัด, ม.ร.ว.<br />
  ปรีดิยาธร เทวกุล และคุณชุมพล นัดดวลกันที่สนามปาล์มสปริงที่อเมริกา ขณะเกมกำลังออกรส<br />
  เป็นทีที่คุณชุมพลจะพัต เขาก้มมองหาไลน์ เล็งแล้วเล็งอีก เปลี่ยนจุด เปลี่ยนตำแหน่งยืนเพื่อความมั่นใจ</font></p>
	<p><font color="#0066FF" size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ตูม&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เสียงสนั่นตามด้วยเสียงโวยวายตกใจของคุณชุมพล<br />
  ภาพที่ทุกคนเห็นก็คือ คุณชุมพลหงายหลังตกลงไปในสระน้ำข้างกรีน</font><font color="#0066FF"><br />
  &quot;สวยงาม หาดูได้ยาก และน่าจะเป็นสถิติของสนาม&quot; </font>คือบทสรุปของปลัดศิววงศ์<br />
  คุณชุมพลเองก็ทำอย่างนั้นเป็นครั้งที่ 2 ไม่ได้อีกเลย</p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ฝีมือ&quot; หรือ &quot;ดวง&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แน่นอนว่าในสนามกอล์ฟ คุณชุมพลมีแต่เพื่อน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แต่เพื่อนบางคนอย่าง ดร.วิชิต ระบุอย่างไม่สงวนท่าทีว่า<br />
  คุณชุมพลชอบทำนาบนหลังเพื่อนในสนามกอล์ฟ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">วันหนึ่งมีข่าวว่าเพื่อนร่วมก๊วนบางท่านได้รับการทาบทามให้ไปเป็นรัฐมนตรี<br />
  คุณชุมพลรีบแสดงความยินดีด้วยทันที</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ไม่ได้ยินดีกับเพื่อนที่เป็นใหญ่เป็นโต</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แต่ยินดีกับตัวเอง เพราะต่อไปนี้เพื่อนคงยุ่งวุ่นวายจนไม่มีเวลาซ้อมกอล์ฟ<br />
  ตัวเขาจะมีนาให้ทำเพิ่มอีก 1 ผืน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ลูกน้องเล่าว่า นาเอ๊ย เพื่อนทั้งหลายของคุณชุมพลคง<br />
  &quot;แค้น&quot; ยิ่งขึ้นอีก เมื่อได้รู้ว่าหลายต่อหลายครั้งคุณชุมพลเอาเงินที่ได้มาไปแจกเป็นรางวัลลูกน้องที่บริษัท<br />
  โดยระบุชื่อผู้บริจาคจากแต่ละสนามเสียด้วย</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">งานนี้ไม่แค่ &quot;เบอร์ดี้&quot; แต่ต้องเรียก<br />
  &quot;อีเกิล&quot; พัตเดียวได้เจ็บใจ 2 หน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เรื่องเล่าเรื่องนินทา &quot;ฝีมือ&quot;<br />
  หรือ &quot;ดวง&quot; คุณชุม พลไม่หมดแค่นี้ ที่ยิ่งกว่านี้ ชนิดเด็ดหนวดเจ้าพ่อก็มี</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม เล่าว่า ครั้งหนึ่งที่ลอนดอนคุณชุมพลเสี่ยงดวงด้วยการประลองฝีมือในสถานกาสิโนที่โต๊ะแบล็กแจ็ก<br />
  และบักคาราต์</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แค่ครึ่งชั่วโมงก็เดินหมดเรี่ยวหมดแรงขึ้น</font><font size="2" face="MS Sans Serif">ห้องพัก</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ไม่ได้หมดแรงเพราะหมดตัว แต่เดินเป๋เพราะหอบเงินหลายพันปอนด์ตุงกระเป๋าขึ้นไป</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คนอะไรจะ &quot;ดวงดี&quot; ขนาดนั้น</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">วันรุ่งขึ้นคณะของคุณหญิงและคุณชุมพลลัดฟ้าต่อไปสหรัฐอเมริกาหลายสิบชีวิต<br />
  ผ่านด่าน ตม.ฉลุย มีผู้ต้องสงสัยคนเดียวที่ถูกรื้อกระเป๋า ถูกกักตัวไว้ พร้อมกับเงินหลายพันปอนด์</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">มีการเช็กประวัติอยู่หลายชั่วโมงกว่าที่คุณชุมพลจะผ่านด่านบอสตัน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ทุกวันนี้คุณหญิงยังสงสัยอยู่ว่า เจ้าพ่อกาสิโนลอนดอนส่งใบสั่งข้ามฟ้าได้เชียวหรือ<br />
  ?</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แต่ถ้าถามคุณชุมพล คำตอบอาจจะเรียบๆ ง่ายๆ<br />
  และไถลไปอีกทาง</font></p>
	<p><font color="#0066FF" size="2" face="MS Sans Serif">วันนี้ &quot;ดวง&quot;<br />
  ไม่ดี !! </font><font size="2" face="MS Sans Serif"><br />
  </font></p>
	<p>&nbsp;</p>
	<p>&nbsp;</p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">++++++++++++++++++++<br />
  หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ<br />
  วันที่ 23 มีนาคม พ.ศ. 2549 <br />
  ปีที่ 29 ฉบับที่ 3777 (2977) </font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.julluj.com/?feed=rss2&amp;p=90</wfw:commentRSS>
	</item>
		<item>
		<title>ชุมพล &#8220;คน ทำ มะ ดา&#8221; ตอนที่ 11</title>
		<link>http://www.julluj.com/?p=88</link>
		<comments>http://www.julluj.com/?p=88#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 16 Mar 2006 07:53:33 +0000</pubDate>
		<dc:creator>julluj</dc:creator>
		
	<category>อ่านเจอมาชอบ</category>
		<guid>http://www.julluj.com/?p=88</guid>
		<description><![CDATA[	ชุมพล &#34;คน ทำ มะ ดา&#34;

	ตอนที่ 11
	 
	คอลัมน์ ชีวิตหนึ่งซึ่งเรียบง่าย
  โดย บินหลา สันกาลาคีรี 
	
  การขายที่แท้
	ในหลายๆ หน่วยงาน ฝ่ายขายกับฝ่ายผลิต มักมีเรื่องกระทบขบเหลี่ยมกันเสมอ
  
	ฝ่ายผลิตมักมองว่าฝ่ายขายเป็นเสือนอนกิน
  ขายได้น้อย ก็มีเหตุผลมากมายรองรับ ขายได้มาก ยังได้คอมมิสชั่นเปอร์เซ็นต์เพิ่มอีกต่างหาก
	แต่ในความเป็นจริง ถ้าไม่มีฝ่ายขาย รายได้จะเข้าบริษัททางไหน
	ปัญหาเช่นนี้ ในเครือซิเมนต์ไทยก็มี
	ในการประชุมผู้บริหารครั้งหนึ่ง มีคนตั้งข้อสังเกตขึ้นมาว่า
  ในขณะที่บริษัทตั้งเป้าหมายให้ทำงานเป็นทีม แต่บริษัทเองก็เน้นตัวเลขรายได้จากฝ่ายขายแต่ละคน
  จึงทำให้เกิดการแข่งขันสูง ยากที่จะรวมตัวเป็นทีมเวิร์กได้
	แน่นอนว่าคุณชุมพลไม่ได้เติบโตมาจากฝ่ายผลิต
  แต่งานนี้เขาเห็นด้วยกับข้อสังเกต พร้อมกับชี้จุดอ่อนของฝ่ายขายเพิ่มเติมว่า
	&#34;จะดูว่าฝ่ายขายเก่งจริงหรือไม่จริง
  ให้ดูที่การขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ข้างนอก ถ้าทำได้จึงควรถือเป็นผลงาน&#34;
	การจี้จุดฝ่ายขายเคยมีผลถึงการเปลี่ยนแนวคิดในบริษัทครั้งหนึ่งเมื่อ
  30 ปีที่แล้ว ครั้งที่ &#34;ตี๋เล็ก&#34; แรกเข้าทำงาน ครั้งนั้นเครือซิเมนต์ไทยและคู่แข่งหลายบริษัทกำลังทำสงครามดุเดือด
  แย่งชิงลูกค้า โดยเฉพาะสินค้ากระเบื้องมุงหลังคา ที่เครือซิเมนต์ไทยเป็นขาใหญ่
  แต่กำลังถูกไล่กวดติดๆ
	ฝ่ายขายกับฝ่ายการตลาดประชุมหากลยุทธ์อย่างเคร่งเครียด
  [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[	<p><font color="#0099FF" size="2" face="MS Sans Serif">ชุมพล &quot;คน ทำ มะ ดา&quot;<br />
</font><font color="#0099FF"></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ตอนที่ 11</font></p>
	<p></font> </p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คอลัมน์ ชีวิตหนึ่งซึ่งเรียบง่าย<br />
  โดย บินหลา สันกาลาคีรี </font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif"><br />
  </font><font color="#0099FF">การขายที่แท้</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ในหลายๆ หน่วยงาน ฝ่ายขายกับฝ่ายผลิต มักมีเรื่องกระทบขบเหลี่ยมกันเสมอ<br />
  </font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ฝ่ายผลิตมักมองว่าฝ่ายขายเป็นเสือนอนกิน<br />
  ขายได้น้อย ก็มีเหตุผลมากมายรองรับ ขายได้มาก ยังได้คอมมิสชั่นเปอร์เซ็นต์เพิ่มอีกต่างหาก</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แต่ในความเป็นจริง ถ้าไม่มีฝ่ายขาย รายได้จะเข้าบริษัททางไหน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ปัญหาเช่นนี้ ในเครือซิเมนต์ไทยก็มี</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ในการประชุมผู้บริหารครั้งหนึ่ง มีคนตั้งข้อสังเกตขึ้นมาว่า<br />
  ในขณะที่บริษัทตั้งเป้าหมายให้ทำงานเป็นทีม แต่บริษัทเองก็เน้นตัวเลขรายได้จากฝ่ายขายแต่ละคน<br />
  จึงทำให้เกิดการแข่งขันสูง ยากที่จะรวมตัวเป็นทีมเวิร์กได้</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แน่นอนว่าคุณชุมพลไม่ได้เติบโตมาจากฝ่ายผลิต<br />
  แต่งานนี้เขาเห็นด้วยกับข้อสังเกต พร้อมกับชี้จุดอ่อนของฝ่ายขายเพิ่มเติมว่า</font></p>
	<p><font color="#FF0000" size="2" face="MS Sans Serif">&quot;จะดูว่าฝ่ายขายเก่งจริงหรือไม่จริง<br />
  ให้ดูที่การขยายกลุ่มลูกค้าใหม่ข้างนอก ถ้าทำได้จึงควรถือเป็นผลงาน&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">การจี้จุดฝ่ายขายเคยมีผลถึงการเปลี่ยนแนวคิดในบริษัทครั้งหนึ่งเมื่อ<br />
  30 ปีที่แล้ว ครั้งที่ &quot;ตี๋เล็ก&quot; แรกเข้าทำงาน ครั้งนั้นเครือซิเมนต์ไทยและคู่แข่งหลายบริษัทกำลังทำสงครามดุเดือด<br />
  แย่งชิงลูกค้า โดยเฉพาะสินค้ากระเบื้องมุงหลังคา ที่เครือซิเมนต์ไทยเป็นขาใหญ่<br />
  แต่กำลังถูกไล่กวดติดๆ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ฝ่ายขายกับฝ่ายการตลาดประชุมหากลยุทธ์อย่างเคร่งเครียด<br />
  ในที่สุดก็สรุปทุบโต๊ะว่าจะใช้วิธี &quot;ตัดราคา&quot; เพื่อให้คู่แข่งสู้ไม่ไหว<br />
  ขายไม่ได้</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คุณชุมพลถามทันที</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;คิดจะลดแผ่นละเท่าไร&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;แผ่นละสามบาทห้าสิบครับ&quot; ฝ่ายที่เตรียมมาแล้วโชว์ตัวเลขทันควัน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คุณชุมพลไม่พูดอะไร เอาราคา 3.50 บาท คูณกับจำนวนยอดขาย<br />
  แล้วเงยหน้าขึ้น</font></p>
	<p><font color="#FF6600" size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ผมดูยอดเงินที่หายไปแล้ว เราเอาเงินนี้ไปซื้อโรงงานเขาเลยจะดีกว่า<br />
  ราคานี้รับรองว่าเขาเต็มใจขายด้วย&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ฝ่ายการตลาดแทบตกเก้าอี้</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ผลคือต้องกลับไปคิดใหม่ ในที่สุดก็ใช้วิธีอื่นแทนการลดราคา<br />
  แล้วเครือซิเมนต์ไทยก็ยังฉลุยในฐานะขาใหญ่ขายกระเบื้องต่อไป </font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">พร้อมกับบทสรุปที่ว่า &quot;ถ้าคิดจะฆ่าคู่ต่อสู้ด้วยวิธีลดราคาดื้อๆ<br />
  ก็ไม่รู้ว่าจะต้องจ้างนักการตลาดไว้ทำไม&quot;</font></p>
	<p>&nbsp;</p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;มุมมอง&quot; เหนือ &quot;มุมมอง&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เรื่องนี้ คุณไชย ณ ศีลวันต์ เป็นผู้เล่า</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">เหตุไม่ได้เกิดในเครือซิเมนต์ไทย แต่เกิดที่บริษัทปิโตรเคมีแห่งชาติ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">วันนั้นเป็นการประชุมค่อนข้างเครียด เพราะเป็นการขอกู้เงิน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ผู้ขอกู้คือ บ.ปิโตรเคมีแห่งชาติ ซึ่งกำลังคิดขยายโครงการแยกก๊าซจากก๊าซธรรมชาติ<br />
  ให้ได้ก๊าซโพรเพน (propane) และอีเทน (ethane) ซึ่งมีความต้องการอยู่ราวๆ 100,000<br />
  ตันต่อปี</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ปัญหาคือบริษัทที่ปิโตรเคมีแห่งชาติอนุมัติให้ติดตั้งเครื่องจักรสำหรับโครงการนี้เป็นบริษัทหน้าใหม่<br />
  ไม่เคยทำงานเชิงพาณิชย์ที่ใดเลยในโลก ซ้ำเครื่องจักรที่เคยติดใช้ในห้องทดลองก็แยกก๊าซได้ปีละแค่<br />
  10,000 ตันเท่านั้น แค่ 1 ใน 10 ของที่ต้องการ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;เจ๊งแหงๆ&quot; ตัวแทนนายธนาคารมองหน้ากัน<br />
  งานนี้ไม่มีวันสำเร็จ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ฟันธงพรึ่บเหมือนๆ กัน ไม่ให้กู้</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ยกเว้นรายเดียวคือคุณชุมพล</font></p>
	<p><font color="#FF6600" size="2" face="MS Sans Serif"><strong>&quot;ยิ่งคิดว่าไม่สำเร็จสิดี<br />
  <br />
  ผมว่าธนาคารยิ่งต้องให้กู้เงิน&quot;</strong></font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ทุกคนในที่ประชุมเงียบกริบ คุณชุมพลมาไม้ไหน<br />
  ?</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">สุดท้าย ภายหลังคำอธิบาย เหลือเชื่อ </font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ได้กู้ !!</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คุณชุมพลไม่ได้ใช้กำปั้นเล็กๆ ของเขาทุบโต๊ะ<br />
  ไม่ได้โอมคาถา เป่ามนตรามหาละลวย แต่ใช้มุมมองที่ใครก็คาดไม่ถึง</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;มันน่าขำก็ขำ น่าโมโหก็โมโห&quot;<br />
  คุณไชยว่า &quot;ก็ทุกคนกำลังมุ่งประเด็นว่าไอ้บริษัทนี่จะแยกก๊าซได้ไม่พอกับความต้องการ<br />
  คุณชุมพลพลิกกลับแบบ 360 องศาเลย เพราะข้อเท็จจริงที่ทุกคนรู้อยู่ก็คือ ก๊าซธรรมชาติถ้าเอาไปขายเป็นก๊าซ<br />
  LPG ใช้หุงต้ม จะขายได้ราคาแพงกว่า งานนี้ ถ้าแยกโพรเพน อีเทนไม่สำเร็จ ก็เอาไปขายเท่านั้นเอง<br />
  รับรองได้เงินคืนเร็วกว่าด้วย&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ข้อสรุปนี้นอกประเด็นจริงๆ ใครก็พูดไม่ออก<br />
  เถียงไม่ได้&quot; คุณไชยยกนิ้ว</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">พูดไม่ออก เถียงไม่ได้ ได้แต่มองหน้าว่าคิด</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ได้ไง ?</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คุณชุมพลไม่ได้บอกว่าคิดได้ไง แต่การคิดของเขาในวันนั้นส่งผลให้อุตสาหกรรมปิโตรเคมีของไทยเริ่มต้นขึ้นได้<br />
  </font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ไม่เช่นนั้น ประเทศที่ล้าหลังชาติอื่นอยู่ไม่น้อยก้าวอย่างเราก็คงยิ่งล้าหลังกว่านี้ไปอีกหลายปี</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แต่ก็&#8230; อืมม์&#8230; นั่นสิ&#8230; คิดได้ไง ?<br />
  <br />
  </font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif"><br />
  ++++++++++++++++++++<br />
  หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ<br />
  วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2549 <br />
  ปีที่ 29 ฉบับที่ 3775 (2975) </font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.julluj.com/?feed=rss2&amp;p=88</wfw:commentRSS>
	</item>
		<item>
		<title>ชุมพล “คน ทำ มะ ดา” ตอนที่ 10</title>
		<link>http://www.julluj.com/?p=83</link>
		<comments>http://www.julluj.com/?p=83#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 09 Mar 2006 04:44:10 +0000</pubDate>
		<dc:creator>julluj</dc:creator>
		
	<category>อ่านเจอมาชอบ</category>
		<guid>http://www.julluj.com/?p=83</guid>
		<description><![CDATA[	
  ชุมพล &#34;คน ทำ มะ ดา&#34; 
	ตอนที่ 10
	คอลัมน์ ชีวิตหนึ่งซึ่งเรียบง่าย
  โดย บินหลา สันกาลาคีรี 
	
  เผชิญหน้าล็อบบี้ยิสต์
	วิธีการเจรจาอย่างหนึ่งของคุณชุมพล ที่ลูกน้องคนหนึ่งเห็นว่าแปลก
	 คือ การถามอย่าง-ตอบอย่าง
	ประเภทถามว่าไปไหนมา
	แล้วตอบ 3 วา 2 ศอก
	&#34;ผมเคยสงสัยว่าท่านฟังคำถามไม่ชัดเจน&#34;
  ลูกน้องพูด อย่างนักลงทุนต่างประเทศถามว่าราคาขายของปูนเท่าไร กจญ.ก็ตอบเขาไป เขาถามอีก
  แล้วตอนนี้ขายเป็นอัตราส่วนปูนผงเท่าไร ปูนถุงเท่าไร กจญ.ตอบว่ามาร์จิ้นเท่าๆ กัน
  ผมสงสัยว่าทำไมตอบอย่างนั้น
	กจญ.อธิบายว่า &#34;ต้องเข้าใจว่า ที่เขาอ้อมไปอ้อมมานี่
  แท้แล้วต้องการคำตอบเรื่องอะไรก็ข้ามไปตอบเลย&#34;
	จริงอย่างที่คุณชุมพลอธิบาย นักลงทุนรายนั้นพยักหน้า
  มาร์จิ้นคือคำตอบที่เขาอยากได้ การเลเพลาดพาด หูอื้อหูตึง อย่าง &#34;ไปไหนมาสามวาสองศอก&#34;
  จึงเป็นเรื่องหนึ่ง ขณะที่การเน้นย้ำความยาวไม้ที่แบกมา ตอบว่า &#34;3 วา 2 ศอก&#34;
 [...]]]></description>
			<content:encoded><![CDATA[	<p><font size="2" face="MS Sans Serif"><br />
  </font><font color="#0099FF">ชุมพล &quot;คน ทำ มะ ดา&quot; </font></p>
	<p><font color="#0099FF" size="2" face="MS Sans Serif">ตอนที่ 10</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คอลัมน์ ชีวิตหนึ่งซึ่งเรียบง่าย<br />
  โดย บินหลา สันกาลาคีรี </font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif"><br />
  </font><font color="#0099FF">เผชิญหน้าล็อบบี้ยิสต์</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">วิธีการเจรจาอย่างหนึ่งของคุณชุมพล ที่ลูกน้องคนหนึ่งเห็นว่าแปลก</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif"> คือ </font><font color="#0066FF"><strong>การถามอย่าง-ตอบอย่าง</strong></font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ประเภทถามว่าไปไหนมา</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แล้วตอบ 3 วา 2 ศอก</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;ผมเคยสงสัยว่าท่านฟังคำถามไม่ชัดเจน&quot;<br />
  ลูกน้องพูด อย่างนักลงทุนต่างประเทศถามว่าราคาขายของปูนเท่าไร กจญ.ก็ตอบเขาไป เขาถามอีก<br />
  แล้วตอนนี้ขายเป็นอัตราส่วนปูนผงเท่าไร ปูนถุงเท่าไร กจญ.ตอบว่ามาร์จิ้นเท่าๆ กัน<br />
  ผมสงสัยว่าทำไมตอบอย่างนั้น</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">กจญ.อธิบายว่า &quot;ต้องเข้าใจว่า ที่เขาอ้อมไปอ้อมมานี่<br />
  แท้แล้วต้องการคำตอบเรื่องอะไรก็ข้ามไปตอบเลย&quot;</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">จริงอย่างที่คุณชุมพลอธิบาย นักลงทุนรายนั้นพยักหน้า<br />
  มาร์จิ้นคือคำตอบที่เขาอยากได้ การเลเพลาดพาด หูอื้อหูตึง อย่าง &quot;ไปไหนมาสามวาสองศอก&quot;<br />
  จึงเป็นเรื่องหนึ่ง ขณะที่การเน้นย้ำความยาวไม้ที่แบกมา ตอบว่า &quot;3 วา 2 ศอก&quot;<br />
  ก็เป็นอีกเรื่อง ด้วยอ่านใจอีกฝ่ายทะลุชัดว่าที่ทักทายสารทุกข์สุกดิบในคำแรกนั้น<br />
  ต้องการจะถามต่อว่าอย่างไร</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แล้วก็มาถึงวันที่นักเจรจา เผชิญหน้านักเจรจา</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ปี พ.ศ.นั้น ชั่วโมงนั้น นายกรัฐมนตรีของไทย<br />
  คือน้าชาติ พล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัณ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ฟองสบู่กำลังสวยประกายรุ้ง ปูนใหญ่เหมือนสาวสะพรั่งที่นักลงทุนต่างประเทศรุมตอมจนหัวกระไดลื่น<br />
  วันหนึ่งก็มีซีอีโอบริษัทใหญ่จากเบลเยียมมาขอพบคุณชุมพล เพื่อเสนอร่วมทุนธุรกิจปิโตรเคมี</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ผู้ติดต่อนัดหมายและนำหน้ามาก็ไม่ใช่ใคร<br />
  </font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">คุณจิ้งหรีด &quot;ระพีพรรณ เหลืองอร่ามรัตน์&quot;<br />
  </font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">สาวสวยนักล็อบบี้ นักเจรจา</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ใครหรือจะปฏิเสธ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">แหล่งข่าวบอกว่า คุณชุมพลเข้าห้องเจรจาราว<br />
  15 นาที ก็กลับออกไปทำงานต่อ</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">หากสิ่งที่คุณหรีดขยายความให้คนใกล้ชิดฟังในภายหลังก็คือ<br />
  15 นาทีนั้น ประกอบด้วย คุณชุมพลเดินเข้าไปในห้อง จับมือ แล้วก็นั่งฟังซีอีโอพูดฝ่ายเดียวจนจบ<br />
  แล้วก็ลุกยืน จับมือเดินออกจากห้อง</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">&quot;โดยไม่พูดอะไรซักคำ&quot; คุณจิ้งหรีดกรีดปีก<br />
  เอ๊ย ยืนยัน</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">ใครจะนึกว่าล็อบบี้ยิสต์ระดับนี้ ผู้เข้าถึงบุคคลตั้งแต่ทำเนียบไทยคู่ฟ้ายันมหาเศรษฐีเมกะโปรเจ็กต์ทั่วโลก<br />
  ล็อบบี้ยิสต์ผู้อ่อนหวาน เพียบพร้อมทั้งข้อมูล ปฏิภาณไหวพริบ และลูกล่อลูกชน จะเจอคู่เจรจาที่ไม่เปิดปากเจรจา</font></p>
	<p><font size="2" face="MS Sans Serif">หรือว่านี่ แท้แล้ว คือการเจรจา ? <br />
  </font></p>
	<p>
  <font size="2" face="MS Sans Serif">++++++++++++++++++++<br />
  หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ<br />
  วันที่ 09 มีนาคม พ.ศ. 2549 <br />
  ปีที่ 29 ฉบับที่ 3773 (2973) </font></p>
]]></content:encoded>
			<wfw:commentRSS>http://www.julluj.com/?feed=rss2&amp;p=83</wfw:commentRSS>
	</item>
	</channel>
</rss>
